Wind of Love [Saint Seiya Fanfic]
Chapter 1 - What an Engagement!!!
ท้องฟ้าสีซีดของฤดูหนาวปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกใดๆ สายลมยามเช้าพัดโชยเอื่อยๆ เพียงเพื่อจะปลุกมนุษย์ทั้งหลายให้ฟื้นจากภวังค์ฝันมาสู่วันใหม่อย่างสดชื่น..แต่คงยกเว้นอยู่หนึ่งคน
ชายหนุ่มผู้หนึ่งพลิกร่างที่จมอยู่ในฟูกที่นอนหนานุ่มเนื้อดีเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกใกล้ๆตัวดังขึ้นเหมือนทุกเช้า มือเรียวยาวเอื้อมไปกดปุ่มให้มันเงียบเสียงอย่างเกียจคร้าน แล้วก็ซุกหน้าลงกับหมอน สูดกลิ่นความฝันแสนหอมหวานต่อไป..แต่เขาก็ทำอย่างนั้นได้ไม่นานนักเนื่องจากเสียงเรียกอย่างใจดีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้องเสียงแล้ว
เฮียวกะ..ตื่นได้แล้วลูก นี่มันจะสายแล้วนะ เสียงอบอุ่นของมารดาเอ่ยขึ้นก่อนที่จะผลักประตูห้องนอนบานใหญ่เข้ามาเพื่อพบว่าลูกชายเพียงคนเดียวของนางยังไม่มีทีท่าจะลุกออกมาจากเตียง
ดูทำเข้าสิ โตป่านนี้ยังมานอนอ้อนให้แม่ปลุกทุกเช้าอีกนะ นางเอ่ยแกมหัวเราะ
ลูกชายเจ้าของผมสีทองสว่างบ่นงึมงำเป็นเชิงอ้อนก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นนั่งบนผ้าห่มหนา ดวงหน้าที่ยังไม่ตื่นดีนักปั้นรอยยิ้มสดใสให้นาตาชาก่อนจะพูดว่า ตอนนี้หนาวจะตายไปนะฮะ ผ้าห่มเนี่ยจะหนายังไงก็ยังไม่อบอุ่นเท่าตอนที่แม่มาเรียกผมตอนเช้าแบบนี้เลย
มารดาของเขาหัวเราะแล้ว..เสียงหัวเราะนั้นสดใสราวระฆังแก้ว เป็นเหมือนน้ำเย็นสดชื่นที่ชะล้างความง่วงงุนของชายหนุ่มไปจนหมด ดังนั้นเฮียวกะจึงทำท่าจะลุกลงจากเตียงในจังหวะเดียวกับที่มีอีกเสียงหนึ่งดังระคายหูจากนอกห้อง
อารายก๊านนนน เจ้าลูกแหง่ติดแม่ยังไม่ยอมตื่นอีกเหรอเนี่ย!!! ขาดคำก็มีเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลฟูวิ่งถลาเข้ามาในห้องพุ่งชนเขาจนล้มตึงไปกับเตียงอีกที
โอ๊ย!! อะไรกันเนี่ยเซย์ย่า มันเจ็บนะ เฮียวกะโวยลั่นพลางตะเกียกตะกายออกจากเพื่อนจอมทะเล้นที่ตอนนี้กำลังยึดเตียงนอนของเขานอนแผ่หลาอย่างสบายใจ
แหม..แม่ก็ลืมบอกลูกไปว่าเช้าวันนี้เซย์ย่าจะมาหา นี่คงนั่งรอจนเบื่อเลยเข้ามาปลุกลูกเองจนได้ อ้อ เฮียวกะ วันนี้ได้ยินว่าลูกมีนัดกับคุณอาคามิวไม่ใช่เหรอ
เอ๋..อ่า..ครับ เฮียวกะรับคำเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้
เอาละ งั้นแม่ไม่รบกวนแล้วนะจ๊ะ อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยล่ะ มารดากล่าวสำทับเขาก่อนจะออกจากห้องไป ทิ้งให้เขามองตามตาละห้อย นี่เขาจะต้องมานั่งคุยกับเจ้าเซย์ย่าแต่เช้าเลยเรอะ!! เฮียวกะเหลือบมองต้นเหตุที่บังอาจมาทำลายยามเช้าแสนสงบด้วยสายตาขุ่นๆ แต่เขาก็สะดุ้งตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่เข้ามาปลุกเขาเมื่อกี้ทำท่าจะหลับไปเสียเอง
โอ๊ยๆๆ คราวนี้เพื่อนตัวแสบได้ร้องบ้างเมื่อเฮียวงะกระหน่ำมะเหงกลงบนหัวไม่นับจำนวนเพื่อเป็นการตอบแทนที่นายม้าบินพุ่งเข้าชนเขาเมื่อครู่ นายนี่นับวันชักจะมือหนักนะเฮียวกะ !!!
เฮอะ โดนม้าแรงควายอย่างนายพุ่งขวิดแบบเมื่อกี้ถ้าเป็นคนธรรมดาคงได้ช้ำในตายไปแล้ว โดนแค่นี้มันยังน้อยไป
อะโด่ ทำเป็นพูดดีไป นายน่ะโมโหล่ะสิที่ฉันมาขัดจังหวะอ้อนแม่ของนาย เฮ้อออ เจ้าลูกเป็ดติดแม่เอ๊ย เหวอออออ แล้วเซย์ย่าก็ร้องเสียงหลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายชักเท้าออกมาในท่าเตรียมถีบสุดแรงเกิด นายตัวแสบรีบกระโดดลงจากเตียงแล้วพูดธุระจริงๆ ที่เขาตั้งใจจะมาบอกวันนี้ อาคามิวของนายให้ฉันมารอรับนายวันนี้น่ะ เอ..หรือจะพูดให้ถูกคือมาลากตัวไปคงตรงประเด็นกว่านะ
แล้วเซย์ย่าก็วิ่งปรู๊ดออกจากห้องไปเร็วไม่แพ้ตอนเข้ามา เพราะว่านาตาชาส่งเสียงเข้ามาว่าอาหารเช้าเตรียมเสร็จแล้ว ทิ้งให้เฮียวกะนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
ครู่หนึ่งเขาก็ระบายลมหายใจอย่างเนือยๆ เมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อเหลา กับผมยาวสีฟ้าน้ำทะเลโดดเด่นของผู้เป็นอา
เฮอะ..ธุระของอาคามิวเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้หรอกน่า..นอกจาก...
***********************************
เสียงรองเท้าหนังเนื้อดีราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนมันวับเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้คนตลอดทางที่เขาเดินผ่านพากันโค้งหัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม บางคนที่ดูอาวุโสกว่าก็เอ่ยทักเขาอย่างอารมณ์ดี
ว่าไงเฮียวกะ วันนี้มีบริษัทแต่เช้าเชียวนะ มีอะไรหรือเปล่า ชายหนุ่มร่างสูงสง่าผู้หนึ่งเอ่ยทักเขาจากห้องทำงานที่เปิดอยู่ เส้นผมสีน้ำเงินเข้มของเขาสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกาย เข็มกลัดรูปตัว เอส สีทองสุกปลั่งโดดเด่นอยู่บนชุดสูทเนื้อดีสีดำสนิท
เฮียวกะโค้งน้อยๆ เป็นการทำความเคารพ อรุณสวัสดิ์ฮะ อาซาง่า ผมมาหาอาคามิวน่ะฮะ
คำตอบของเขาฉุดให้ชายหนุ่มที่ตอนแรกกะจะแค่ทักทายผ่านๆ ตามธรรมเนียมลุกออกมาจากโต๊ะด้วยท่าทีกระตือรือร้น คามิวเหรอ งั้นก็แสดงว่ามาเพราะเรื่องนั้นอีกแล้วสินะ
ก็..ฮะ เขาตอบด้วยท่าทีที่เบื่อหน่ายอย่างที่สุด
ซาง่าเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะชอบใจ แล้วพูดต่อด้วยท่าทีสง่าสมชื่อ เฮ้อ..อาว่าเธอจะเลือกมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะ ทางที่ดีเขาให้ไปก็ไปเสียหน่อย นั่งๆ แป๊บนึงก็จบแล้ว เครียดมากทำไมกะแค่เรื่องการ ดูตัว เนี่ย
ก็เพราะว่าไปนั่งแป๊บๆ เนี่ยแหละเขาถึงได้เบื่อนักหนา !!! เฮียวกะตะโกนดังๆ ในใจแต่ก็แสดงออกเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ แล้วผละจากซาง่ามา เขาครุ่นคิดในใจว่าถึงเจ้าตัวจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ไม่เห็นว่าซาง่าจะตกลงใจเลือกใครเป็นคู่ครองเสียที วันๆ เห็นเดินตัวติดกันกับอาคาน่อนที่เป็นฝาแฝดอยู่ได้
เฮียวกะ!!! เสียงเรียกกวนประสาทหูดังขึ้นข้างหลังอีกรอบ ชายหนุ่มหันไปเจอนายม้าบินกระเพาะวัวที่เดินทอดน่องมาหาเขาด้วยท่าทางสบายใจสุดขีด ในอ้อมแขนหอบแยมโรลมาสามอัน โดนัทน้ำตาลหนึ่งกล่อง พ่วงท้ายด้วยแซนด์วิชอย่างดีอีก 2 ห่อ
ให้ตายเถอะเจ้าเซย์ย่า ตอนอยู่บ้านฉันเมื่อกี้ก็สวาปามเสียจนฉันแทบจะไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว นี่ยังคิดจะยัดไอ้เจ้าพวกนี้ลงไปด้วยเหรอ
เซย์ย่าผงกหัวหงึกๆ พลางเคี้ยวโดนัทตุ้ยๆ ก็แหม..ของเขาจัดไว้บริการฟรี ไอ้ฉันมีหรือจะขัดศรัทธา..เป็นผู้บริหารนี่ดีเนอะ
เฮียวกะพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วเดินตามทางหินอ่อนนั้นต่อไป..
ที่นี่คือบริษัทแซงค์ทัวรี่ บริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเนื่องจากมีรายได้รอบปีแต่ละปีมหาศาลจากธุรกิจต่างๆ แผนงานทั้งหลายเกิดขึ้นจากประธานใหญ่ผู้ก่อตั้ง ท่านโดโกและชิออน ประกอบกับผู้บริหารทั้งสามระดับที่แบ่งงานกันทำอย่างมีระบบ อันได้แก่ ผู้บริหารระดับโกลด์คลาส ซิลเวอร์คลาส และบรอนซ์คลาส แต่สำหรับเฮียวกะ เซย์ย่า และชิริวเพื่อนสนิททั้งสามนั้น เพิ่งจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่หมาดๆ ดังนั้นช่วงปีแรกจึงเป็นเวลาของการศึกษางานและสิ่งต่างๆ รอบตัว รวมถึงหน้าที่ต่างๆ ที่เหล่าชนชั้นสูงพึงกระทำ
อย่างเช่นการดูตัวคลุมถุงชนบ้าๆนี่ยังไงล่ะ !!!! เฮียวกะร่ำร้องอีกครั้งอย่างคับแค้นใจ ตอนนี้เขาเดินมาถึงหน้าห้องของอาที่มีป้ายสีทองติดไว้ว่า อะควอริอัส คามิว จึงผลักเข้าไปทันที
ไอเย็นจัดพวยพุ่งออกมาจากห้อง ปะทะร่างของเฮียวกะและเซย์ย่าโดยแรง สำหรับฝ่ายแรกนั้นเขาชินเสียแล้วเพราะอาของเขาเป็นคนที่ชื่นชอบอากาศหนาวเย็นเป็นที่สุด และเขาตอนเด็กๆ ก็ติดอามากเช่นกันทำให้เข้ามาเล่นในห้องอาบ่อยๆ จนชินกับอากาศหนาวจนติดลบแบบนี้ แต่สำหรับคนที่เดินตามหลังมาติดๆ นั้นอดหยุดกึกไม่ได้ ถึงเขาจะเป็นนายพลังม้าอย่างที่เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้ยังไงก็ไม่ขอสู้กับไอเย็นสุดขั้วนี่ดีกว่า เซย์ย่าจึงกระซิบบอกชายหนุ่มว่าเขาจะนั่งรอข้างนอก ซึ่งเฮียวกะก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร
ถึงนายเข้ามานั่งด้วย ก็สนใจเรื่องกินมากกว่าอยู่ดีแหละ หนุ่มผมทองค่อนขอดในใจแล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้อง
ห้องของผู้บริหารระดับโกลด์คลาสประดับประดาอย่างเลิศหรูตามแต่รสนิยมของเจ้าของห้อง สำหรับห้องของคามิวนั้นมีความพิเศษคือนอกจากจะมีอุณหภูมิที่ต่ำจนเกือบติดลบแล้ว ที่ผนังทั้ง 4 ด้านยังติดวอลเปเปอร์เป็นภาพวิวของไซบีเรียตะวันออกไว้อีกด้วย อาของเขาเคยบอกว่าทิวทัศน์แบบนี้ทำให้คนที่มาติดต่องานเห็นแล้วหนาวไปเลย การต่อรองอะไรๆ จึงง่ายขึ้น (แต่เฮียวกะคิดว่าอาคงจะอำเขามากกว่า)
ที่โต๊ะกระจกใหญ่ติดริมหน้าต่างมีชายสองคนยืนคุยกันอยู่ คนหนึ่งเจ้าของผมยาวสลวยสีฟ้าน้ำทะเลดูงามสง่าคืออาคามิวของเขา ส่วนอีกคนคือผู้บริหารระดับโกลด์คลาสอีกคนที่เขาสังเกตว่าหมู่นี้มักจะมานั่งๆนอนๆ อยู่ที่ห้องของอาเขาบ่อยๆ ใช่แล้วเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสกอร์เปี้ยน มิโร่ เจ้าของผมหยิกลอนสวยสีน้ำเงินเข้มนั่นเอง
อ้าว เฮียวกะมาแล้วเหรอ คามิวเอ่ยทักอย่างร่าเริงเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง โดยทำเป็นมองไม่เห็นหน้าตาบูดบึ้งของเขา
เรานึกว่าวันนี้เธอจะไม่มาเสียแล้ว มิโร่พูดขึ้นบ้าง นัดเรื่องดูตัวทีไรเธอหาเรื่องเบี้ยวได้ทุกที คราวนี้คิดถูกจริงๆ ที่ให้เซย์ย่าไปรับมาจากบ้านเลย แล้วเขาก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ เฮียวกะได้แต่คิดว่าอาทั้งสองนั้นคิดถูกจริงๆ นั่นแหละ ไม่ว่าใครที่โดนเจ้าเซย์ย่าไปเซ้าซี้สุดท้ายต้องยอมทำตามใจมันเพื่อเป็นการตัดรำคาญ (นี่ยังไม่นับรวมอาหารที่เจ้านั่นกินเข้าไปอีก ก่อนออกจากบ้านมาเขาได้ยินแม่ครัวบ่นแว่วๆ ว่าข้าวที่หุงไว้พิเศษ 2หม้อหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ)
คราวนี้ใครล่ะฮะ หนุ่มผมทองถามขึ้นพลางทรุดลงนั่งเก้าอี้นุ่มสบายตรงกันข้ามกับในใจของเขา เขารู้ดีว่าถึงเขาจะบ่น จะแก้ตัวยังไงก็คงหนีการดูตัวคราวนี้ไม่พ้น เพราะเขาหมดมุขจะหาข้ออ้างแล้ว
หนีไม่ได้ก็วิ่งชนมันไปเลยแล้วกัน...
แต่ทว่าเขาก็ต้องเบิกตาสีฟ้าสดกว้างเมื่อเห็นมิโร่หอบแฟ้มเล็กๆ ประมาณสามสี่สิบแฟ้มขึ้นมาวางกองบนโต๊ะ!!! นี่มันอะไรกันฮะ !!!! หลานชายร้องเสียงหลง
ผู้เป็นอาจิบกาแฟร้อนช้าๆ ก่อนจะบอกเขาว่า อาเห็นว่าเธอไม่ยอมรับคู่ดูตัวที่พวกเราเลือกให้ซักทีเลยขนที่มีทั้งหมดมาให้เธอเลือกเองเลย ไหนๆ วันนี้เฮียวกะก็ยอมมาแล้วก็นั่งเลือกเองเลยแล้วกันนะ
เจอมุขปัดความรับผิดชอบแบบนี้เข้าไปเฮียวกะได้แต่อึ้ง และเริ่มเครียดขึ้นมาอีกแล้ว อย่างนี้แสดงว่าเกิดเขาจิ้มเลือกใครขึ้นมา อาของเขาต้องคิดว่าเขานิยมชมชอบสาวคนนั้นเป็นแน่แท้ ซึ่งมันจะต้องชักนำไปถึงการดูตัวแบบผูกมัดถึงขั้นแต่งงานอย่างไม่ต้องสงสัย
ทำยังไงดีฟะเรา !!!
เฮียวกะเริ่มหยิบแฟ้มคู่ดูตัวออกมาเปิดดูทีละอันช้าๆ เพื่อประวิงเวลา ภาวนาให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรก็ได้มาขัดจังหวะ เช่นเจ้าเซย์ย่าเกิดท้องร่วงจนต้องมาเรียกเพื่อนรักอย่างเขาไปดูแล (ซึ่งคงเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง) อาคามิวโดนคนจับได้เรื่องยักยอกเงินบริษัท (เคยทำซะที่ไหนเล่า) หรือไม่ก็เจ้าชิริวเครื่องบินตก (เริ่มแช่งคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่)
...เงียบ...
ภายในห้องยังคงไม่มีใครวิ่งเข้ามาโวยวายแจ้งข่าวร้าย ไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะแม้กระทั่งให้เซ็นต์เอกสารเล็กๆน้อยๆ พูดกันตามจริงแล้วในห้องแทบจะไม่มีใครเคลื่อนไหวเลยนอกจากเฮียวกะคนเดียว..เขาเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันจากอาทั้งสองคนที่ทำเป็นยืนจิบกาแฟแต่แอบชำเลืองมองมาทางเขาบ่อยๆ
...เกลียดบรรยากาศแบบนี้จริงๆ...
...เราไม่อยากดูตัว...
...ไม่อยากแต่งงาน....
...ไม่ๆๆๆ !!!!
เฮียวกะตะโกนก้องในใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ และแล้วเขาก็หลับหูหลับตาดึงเอาแฟ้มหนังใบหนึ่งออกมาจากกองนั้น
เอาคนนี้แหละฮะ!!! เขาร้องบอกอย่างเด็ดเดี่ยว เป็นไงเป็นกัน ตอนนี้เลือกไปก่อนเถอะนะ ทางหนีทีไล่เอาไว้คิดทีหลัง
คามิวยื่นมือมารับแฟ้มนั้นไปเปิดดู แล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ยิ่งทำให้หน้าดวงหน้างามนั้นดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ตาถึงดีนี่นา สมแล้วที่เป็นหลานอา
อะ..อะไรนะฮะ เฮียวกะทำหน้างงๆ หลังจากมิโร่รับแฟ้มจากคามิวไปดูก็ร้องออกมาว่า โฮ่..เรานี่รสนิยมไม่เลวเลยนะ แล้วชายหนุ่มผมหยิกลอนสีน้ำเงินเข้มก็พับแฟ้มเก็บไว้ในลิ้นชักทันที ทำเอาเฮียวกะร้องลั่น
ดะ..เดี๋ยวสิฮะ
หือ..มีอะไรเหรอ หรือว่าติดใจความสวย มิโร่ยิ้มพลางทำหน้าล้อเลียน จังหวะนั้นมีพนักงานเดินหอบแฟ้มงานพะรุงพะรังเข้ามาพอดี คามิวจึงหันมาตัดบทกับหลานชายดื้อๆ ว่า
อาต้องทำงานแล้วล่ะ กำหนดดูตัวอีก 3 วันข้างหน้านะ อย่ามาสายล่ะ แล้วคามิวก็หันไปสนใจกองงานตรงหน้า ทิ้งหลานชายสุดหล่อยืนนิ่งเป็นก้อนน้ำแข็งก่อนจะโดนมิโร่ลากออกไปเพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเพื่อน
อ่า..อาครับ เขายังพยายามไม่เลิก แต่มิโร่ที่เดินข้างๆ ยกมือขึ้นมาพาดไหล่เข้าแล้วล้อว่า ดูท่าเรานี่จะชอบเธอคนนี้เอาจริงๆสินะ ไม่เป็นไรน่าเฮียวกะ อีก 3 วันก็ได้เจอตัวจริงแล้ว!!
ใช่ซะที่ไหนเล่า !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เฮียวกะโอดครวญในใจอีกครั้ง พลางคิดว่าอาทั้งสองคนนี้ไม่ได้สังเกตเลยรึไงว่าแฟ้มนั่นน่ะเขาจิ้มออกมาจากกองโดยที่ยังไม่เปิดดูเลยชัดๆ
...คู่ดูตัวที่มีสิทธิ์เป็นเจ้าสาวของเขาในอนาคต หน้าตาเป็นยังไงเขายังไม่เห็นเล้ย !!!!!
***********************[The End of Chapter 1]************************
edit @ 2007/09/22 01:22:05
ชื่อjake