2009/Feb/02

 

สวัสดีค่ะ

แฮ่..ไม่ได้อัพฟิคมานานมาก ยังกับเป็นปีๆ แน่ะ ^^'' ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่เอี่ยมที่ฟูจังแต่งแบบ AU อีกแล้ว (ถัดจาก WOL) ซึ่งเป็นฟิคเอาใจตัวเองอย่างร้ายกาจค่ะ!

ได้แรงบันดาลใจและโครงเรื่องมาจากภาพยนตร์เรื่อง You've Got Mail ดังนั้นใครที่ได้ดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว ก็ต้องคุ้นกับหลายๆ สิ่งในฟิคนี้แน่นอนค่ะ คือฟูจังอยากจะเอาอารมณ์แบบในภาพยนตร์เรื่องนั้นมาใส่ในฟิคเรื่องนี้ ...แบบตามใจตัวเองจริงๆ นะ เตือนก่อนเผื่อถ้ามีใครมาอ่านแล้วไม่ชอบ แหะๆ

ฟิคนี้ยังไร้ชื่อค่ะ ดังนั้นชื่อ When... นี่ไม่ใช่ชื่อฟิคเรื่องนี้แน่ๆ  แบบว่ายังคิดชื่อไม่ออก แต่บทนำมันออกมาก่อนแล้วเลยโพสต์เลย ดังนั้น..ตอนแรกของฟิคเรื่องนี้ก็ยังไม่มีค่ะ (อ๊ากกก จะเลื่อนลอยเกินไปแร้ววว)

เอาเป็นว่า..ลองอ่านดูนะคะ

 

[SS AUfic] When... [Prologue]

 

เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันไม่เคยสังเกตสิ่งรอบตัวว่าเป็นอย่างไร แต่เวลาที่ต้องอยู่คนเดียว ฉันจึงรู้ว่า เพียงสายลมที่พัดมาเบาๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกที่อ้างว้างเพียงใด... 

           

...สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง            

ส่งแค่นี้ก็พอแล้วละฮะ           

  

เสียงอ่อนโยนของร่างบางตรงหน้าทำให้ร่างสูงชะงักเท้าลงอย่างกะทันหันจนเกือบสะดุด และเขาก็หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น...ตรงหน้าเด็กหนุ่มร่างบางที่มีดวงตาสีเขียวสดใส...เจือเศร้า        

    

อีกเดี๋ยวรถไฟก็จะมาแล้วฮะ เสียงของเด็กหนุ่มแผ่วเบาเหมือนกระซิบ แม้ผู้พูดจะพยายามพูดให้เสียงฟังดูร่าเริง ทว่าปลายเสียงมีบางอย่างทำให้คนฟังรู้สึกรู้สึกใจหายลึกๆ         

   

พี่รู้แล้วละน่า ชุน เขาพูดออกไปเพียงเท่านั้น ทั้งที่คำพูดนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย แต่วินาทีนั้นเขาเพียงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง อะไรก็ได้ ที่ยังเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเขากำลังพูดอยู่กับชุน...น้องชายคนเดียวของเขา        

       

ชุนเองก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เมื่ออยู่ต่อหน้าอิคคิ...พี่ชายของเขา             

ไม่เอาน่ะ! ไม่ได้จะย้ายไปไกลเสียหน่อยนี่นา!”            

ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงอย่างคาดไม่ถึง และเห็นรอยยิ้มน้อยๆ บนหน้าของอีกฝ่าย พี่ชายที่ยิ้มยากของเขามอบยิ้มให้ในวันนี้ ก่อนที่เขาจะเสมองไปทางรถไฟที่เพิ่งเคลื่อนตัวเข้ามาช้าๆ ราวกับไม่ต้องการให้น้องชายเห็นดวงตาของตน            

 

 เอาล่ะ รถไฟก็มาแล้ว เมื่อไหร่หมอนั่นจะมาเสียทีล่ะ             

ผมว่า...อ๊ะ นั่นไงฮะ!” แล้วดวงตาของชุนก็มีประกายยินดีฉายวาบ พร้อมกับโบกไม้โบกมือให้กับคนที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหา เฮียวกะ! เฮียวกะ! ทางนี้            

คนที่เพิ่งวิ่งมาถึงและยืนหอบเล็กน้อยเป็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดี เส้นผมสีทองดูนุ่มสลวยยุ่งฟูเพราะวิ่งฝ่าลมแรง แม้ดวงหน้าจะขึ้นสีแดงเล็กน้อยเพราะความเหนื่อย แต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นสดใสเมื่อได้สบตากับร่างเล็กที่ส่งยิ้มมาให้ วินาทีนั้นเหมือนโลกนี้มีเพียงคนทั้งสองเพียงเท่านั้น            

ซึ่งบุคคลที่สามอย่างอิคคิ...ไม่พอใจเอาเลย            

แฮ่ม เขาจงใจกระแอมเพื่อทำลายบรรยากาศสีชมพูตรงหน้า ชุนละสายตาจากร่างสูงมาหาพี่ชายอย่างเก้อเขิน ส่วนเฮียวกะก็หันมายิ้มเก้อๆ เหมือนกับเพิ่งเห็นอิคคิเป็นครั้งแรก     

       

อ่า...สวัสดีอิคคิ          

  

อย่ามัวเสียเวลาทักทายเลยน่ะ เดี๋ยวก็ตกรถไฟพอดี!” ร่างสูงแข็งแรงก้มลงคว้าสัมภาระของน้องชายที่กองไว้ข้างตัวแล้วเดินลิ่วนำไป เป็นการตัดบทสนทนาเพียงแค่นั้น ชุนหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เฮียวกะแล้วพยักหน้าให้น้อยๆ ทั้งสองจึงก้าวเดินตามไป             

...ที่ประตูรถไฟ อิคคิยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จับจ้องคนสองคนบนรถไฟที่ยืนประจันหน้าเขาอยู่ โดยเฉพาะร่างเล็กที่เขาดูแลมาตั้งแต่เล็ก          

  

พอไปถึงแล้ว ค่อยๆ ขนของขึ้นบันไดไปนะ อย่าทำเก่งขนไปสามสี่ลัง      

      

ฮะพี่            

แล้วอย่าลืมว่าลังแรกสุดมีของที่แตกได้ ห้ามโยน         

   

ผมรู้ฮะ            

เสื้อผ้าที่พับไว้อย่าเก็บไว้นาน เอาออกมาคลี่จะได้ไม่ยับ        

    

 ฮะ            

ตอนเช้าอย่าลืมอุ่นนมก่อนกิน            

ฮะ            

จะซื้ออะไรก็ดูวันเดือนปีหมดอายุด้วย            

ฮะ...พี่            

แล้วเวลาซื้อผักน่ะ...            

 

 พี่ฮะ!”             

อิคคิชะงักกึก พลางสบตาน้องชายที่มีประกายหวานแกมเศร้า แต่ก็มีแววเด็ดเดี่ยว...ที่น้อยครั้งนักเขาจะได้เห็น         

     

อีกเดี๋ยวประตูรถไฟก็จะปิดแล้วล่ะฮะ            

อ๋อ เอ้อ เขาพูดเหมือนเพิ่งนึกได้            

ชุนยิ้มให้ พี่ดูแลตัวเองดีๆ นะฮะ            

ห่วงตัวเองเหอะ!” เขาตอบปัดๆ เหมือนเห็นเป็นเรื่องตลก ...แต่ลึกลงไปในใจแล้ว เขารู้ดีว่าน้องชายของเขารู้ดีที่สุด โดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความเลย            

เสียงสัญญาณเตือนประตูปิดดังขึ้นเป็นเสียงแหลมยาว ราวกับจะบาดลึกลงในหัวใจของชายหนุ่ม ในวินาทีก่อนที่ประตูจะปิดลง ร่างสูงที่ยืนเคียงข้างน้องชายของเขาก็เอ่ยขึ้นมา อิคคิ            

ว่าไง เขาเงยหน้าขึ้น เพื่อสบตากับดวงตาแน่วแน่มั่นคงของอีกฝ่าย

เฮียวกะเหมือนจะรู้ว่าอิคคิไม่มีเวลาสนใจเขามากนัก เขาจึงพูดออกมาอย่างกระชับที่สุด ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุด            

ผมจะดูแลชุนให้ดีที่สุด             

อย่าดีแต่ปากแล้วกัน เขาพูดออกมาเพียงเท่านั้น ประตูรถไฟก็ปิดลง รถจักรเคลื่อนตัวจากไปช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้น ดวงตาของอิคคิมองตามร่างทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป เร็วขึ้น เร็วขึ้น ...จนหายลับไปจากสายตา            

...อิคคิยังคงยืนอยู่ ณ ที่นั้น ทอดสายตาไปไกลราวกับจะหวังให้น้องชายคนเดียวของเขาไม่ก้าวขึ้นรถไฟขบวนนั้น แล้วกลับมายืนเคียงข้างเขาดังเดิม แต่เมื่อตระหนักแน่แก่ใจแล้วว่าสิ่งที่ตนหวังเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ก็ถอนใจช้าๆ พลางเผยอยิ้มอย่างเจ็บปวดลึกๆ     

        

...พี่ดูแลตัวเองดีๆ นะฮะ...    

         

 เฮอะ เขาแค่นเสียงในลำคอ ราวกับจะเยาะให้ข้อความนั้น แต่ไม่ใช่เยาะน้องชายที่พูดออกมาเหมือนอวดดี แต่เยาะตัวเองจากนี้ไปต่างหาก             

ใช่ เขาดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว มันก็เหมือนกับที่ผ่านมานั่นแหละ เขาตื่นเช้า ทำอาหารเหมือนเดิม ดูแลบ้านเหมือนเดิม กลับมาบ้านเหมือนเดิม             

ต่างไปแค่ จากนี้ไปจะเหลือเขาเพียงคนเดียวในอพาร์ทเม้นต์ห้องเก่า...ก็เท่านั้นเอง     

          

เพราะวันนี้คือ...วันที่ชุนย้ายออกไปเพื่อไปอยู่กับเฮียวกะ...คนรักของเขา  

           

และจะไม่กลับมาอยู่กับเขา...อีกต่อไป

 

 

 

[Prologue - END] To be Continued...

 

 

จบกับบทนำแล้วค่ะ ถ้าอ่านแล้วมีความเห็นยังไงช่วยเม้นด้วยน้า 

 

edit @ 2 Feb 2009 13:31:16 by ฟูจัง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ้แม่เจ้า =[]=!!!!

กลับมาทีถึงกับตกกะใจค่ะ อ๊ากกกกกกกกกก อะไรกัน คุณพี่ชายโดนน้องทิ้งซะแล้วหรอคะเนี่ย น่าสงสาร------------- ว่าแต่ขำที่อิคคิย้ำโน่นย้ำนี่ซะอย่างกับว่าชุนเป็นเด็กๆแน่ะค่ะ 555555555

ระวังฟืนไฟด้วยล่ะชุน~~
#1  by  KUN as [Harao+Rui+Komui] At 2009-02-02 16:14, 
ขอเเสดงความยินดีกับการกลับมาเขียนฟิคอีกครั้งค่ะ เเต่ขอเเปะไว้ก่อนนะ ค่ำๆพี่จะเข้ามาอ่านเเล้วเม้นให้อีกทีค่ะconfused smile
#2  by  ~Moondrop~ At 2009-02-02 17:15, 
พี่ไม่รู้จักหนังเรื่องที่ว่านี่หรอกค่ะ เเต่ถ้าถามพี่ตอนนี้ว่ารู้สึกยังไงนะ เอิ่ม....


มันเหมือนซีรี่เกาหลีรึเปล่าหว่าembarrassed


รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่คิดขึ้นมาได้ ทั้งๆที่จริงๆเเล้วพี่ไม่ชอบดูละครเกาหลีเอามากๆเลย เเต่ว่าเวลานี้พี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แจเป็นเพราะการ"เล่น"กับอารมณ์ของคนอ่านรึเปล่านะ?


เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเศร้าเเบบร้าวลึกอย่างที่ว่าเอาไว้จริงๆนั่นเเหละ มันเหมือนกับความหดหู่ของอิคคิมันเเทรกซึมอยู่ในทุกอณูของอากาศเลย...



รู้สึกได้ถึงเเสงซีดๆจากหลอดไฟที่สถานีรถไฟใต้ดินที่ส่องกระทบร่างของพี่ชายที่ยืนนิ่งอยู่เพียงคนเดียวหลังจากที่รถไฟเคลื่อนตัวจากไปเเล้ว สถานการณ์เเบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะน้ำตาร่วงเเล้วก็ได้นะ เเต่บังเอิญอิคคิถึกกว่านั้น...

เลยเเค่น้ำตาตกในเอ๊งงงงง(ที่จริงก็ไม่น่าเรียกกว่าถึกหรอกsad smile)


ปล.. ช่วงนี้ถ้าไม่ยุ่งมากก็อย่าลืมเเวะมาอ่านฟิคพี่ทีนะจ๊ะ อยากได้ความคิดเห็นจากเราอยู่เหมือนกันหลังจากที่ไม่ได้มานานเเล้ว
#3  by  ~Moondrop~ At 2009-02-02 23:10, 
"ถ้าความเศร้าของพี่อิคคิสามารถสื่อไปถึงผู้อ่านได้ ฟูจังก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณพี่แนนจริงๆ นะคะที่แวะไปอ่านและเม้นให้ ตอนนี้มีแรงฮึดเขียนขึ้นอีกหลายส่วนเลยละค่ะ!

สำหรับคอมเม้นของฟูจังที่ติดค้างพี่แนนไว้นานแล้ว จะเริ่มอ่านและทยอยเม้นค่ะ รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ตามเม้นในขณะที่คนอื่นอ่านไปไกลลิบแล้ว ต้องขอโทษพี่แนนด้วยนะคะ!"





ไม่ต้องซีเรียสจ้า ต่างคนต่างยุ่งนั่นเเหละเเก่ๆเอ้ย! โตๆกันเเล้วพี่ไม่คิดมากหรอก
#4  by  ~Moondrop~ At 2009-02-02 23:43, 
รู้สึกดีขึ้นมาเลยค่ะที่พี่ฟูกลับมาเขียนฟิคใหม่อีกครั้ง คูณพี่อิคคิท่าจะเป็นห่วงน้องนะคะเนี่ย ถึงได้ย้ำนักย้ำหนา พี่อิคคิคงเหงาน่าดูนะคะเนี่ย
แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวส่งคนไปปลอบ

<< Home