Wind of Love [Saint Seiya Fanfic]
อะแหะ สารภาพว่าเปิดบลอคนี้ ลงฟิคตูมเดียวแล้วก็ขาการติดต่อไปนานเลย ก็จะทยอยเอามาลงค่ะ ส่วนตอนต่อๆ ไปจะพยายามแต่งมาเน้อ ยังไงช่วยเม้นด้วยนะคะ ><
Chapter 4 - The Accidental Accident
“ไม่อยากจะเชื่อเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
เสียงตะโกนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ดังก้องห้องโถงมาครู่ใหญ่ๆ แล้ว ก่อนที่เจ้าของเสียงจะก้าวฉับๆ วนไปเวียนมาในห้อง มือหนาๆทั้งคู่คอยลากชุดยูกาตะที่เริ่มรุ่ยร่ายเพราะว่าเจ้าตัวเพิ่งจะเต้นแร้งเต้นกาโชว์หลานๆ และลูกน้องไปชุดใหญ่ ไม่ว่าใครจะห้ามก็ไม่ฟัง
“ไหนพูดอีกทีซิ เฮียวกะ เธอบอกว่าอะไรนะ ลุงได้ยินไม่ถนัด” โดโกหันมาแฮ่ใส่เฮียวกะอีกหน แต่เซย์ย่ากลับเป็นคนยื่นหน้ามาตอบแทน
“โถ่..ลุงโดโกละก้อ..เจ้าเฮียวกะมันบอกว่าคู่ดูตัวมันหนีไปแล้วไงครับ”
“หนวกหูเฟ้ย ใครไม่เกี่ยวเงียบปากไปเลย !!!!” ท่านประธานบริษัทชี้หน้านายม้าบินพร้อมกับด่ากราด เล่นเอาอีกฝ่ายหงอตัวลีบเล็กไปถนัดตา
“ใจเย็นๆ เถอะครับคุณลุง อะโฟรดิเต้หนีไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้แล้วละครับ” เสียงเข้มขรึมของ
ชิริวดังขึ้นที่ข้างตัว โดโกหันไปมองหลานชายแท้ๆ ของตัวเองแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“เจ้าก็พูดอย่างนั้นได้สิชิริว แต่ลุงนี่ล่ะ..โดนถอนหงอกแหงๆ เอาลูกสาวเขามาเข้าพิธีดูตัวเสียดิบดี พอคล้อยหลังเข้าหน่อยดันหนีหายไปกับใครที่ไหนก็ไม่รู้” ว่าแล้วลุงหน้าเด็กก็เข้าอารมณ์หัวเสียอีกรอบ เดินลงส้นปึงๆ วนรอบห้องอีกเช่นเคย
ด้านของคนที่เกือบจะได้เป็นเจ้าบ่าวนั่งนิ่งอย่างเดียวมาตั้งแต่ต้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นแฝงแววอาลัยบางอย่าง บางครั้งก็ถอนใจเบา ๆ ออกมา แล้วสักพักก็กลับมานั่งเหม่อลอยต่ออีกครั้ง
คามิวผู้เป็นอาเห็นหลานชายแสดงกิริยาอย่างนี้ก็ต้องเอ่ยปาก “ผมว่าแค่นี้เฮียวกะก็ช็อคจะแย่แล้วละ นี่ก็เกือบจะโดนดาบไม้ฟาดเอาด้วยนะฮะ เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ช่างมันเถอะ อีกอย่างคุณหนูคนนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก เห็นว่าคนที่พาตัวไปเป็นคนรักกันนี่นา ป่านนี้คงมีความสุขไปแล้วแหละ”
แล้วเฮียวกะก็ถอนหายใจอีกรอบหนึ่ง...
ทุกคนที่ยืนอยู่ในห้องนั้นมองเฮียวกะด้วยสายตาสงสารเพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มคงจะเสียใจที่อีกฝ่ายหนีเขาไปอย่างไม่ใยดี แถมยังวางแผนให้คนรักขนดาบไม้มาตะลุยหวดเขาจนเอาตัวแทบไม่รอดอีก(ส่วนหลังนี่เซย์ย่าโวยวายต่อเติมขึ้นมาเองเมื่อได้ยินเพื่อนรักบอกว่าคนรักของอะโฟรดิเต้เป็นนักดาบ)
“เอาละๆ” ในที่สุดผู้อาวุโสที่สุดในห้องก็โพล่งออกมาอย่างเหลืออด “ช่างมันก็ช่างมัน เดี๋ยวฉันไปขอโทษขอโพยฝ่ายนู้นเขาเองแล้วกัน คงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้หรอก” แล้วท่านผู้เฒ่าก็เดินออกจากห้องไปโดยมีลุงชิออนที่หน้าอ่อนไม่แพ้กันเดินกิโมโนปลิวตามไปอีกคน
เมื่อผู้ใหญ่ออกไปกันแล้ว บรรดาอาๆ ก็เดินมาปลอบใจเฮียวกะกันจนเสียงดังลั่นไปหมดก่อนจะทยอยออกไปเช่นกัน
“เฮ้อ..อย่างนี้รูปที่ลุงโดโกถ่ายไว้ตั้งเยอะแยะก็เป็นหมันละสิ” คาน่อนที่หอบถุงบรรจุรูปถ่ายโพราลอยด์ถุงเบ้อเริ่มบ่นอุบอิบ
“อย่าว่าแต่รูปเลย วีดิโอที่ถ่ายไว้ก็หมดประโยชน์เหมือนกันล่ะ อุตส่าห์ตั้งกล้องไว้ตั้ง 15 ตัว” มิโร่พูดขึ้นบ้างก่อนที่เขาจะออกไปสั่งพนักงานให้เตรียมมาเก็บกล้องทั้งหมดในห้องดูตัวออกไป
ในห้องจึงเหลือแค่เพื่อนรัก 3 คน
“เป็นไงล่ะเฮียวกะ..อีกฝ่ายหนีไปคงโล่งใจสินะ” ชิริวเอ่ยขึ้นเหมือนรู้ใจ ไอ้อาการเซื่องซึมของเจ้าเป็ดเนี่ยเป็นมารยาที่เอาไว้เรียกคะแนนสงสารจากญาติผู้ใหญ่ล่ะสิ ลูกไม้แบบนี้เขาเห็นมาบ่อยแล้ว
แต่เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายงึมงำตอบมาเบาๆว่า “ไม่รู้สิ..”
“หมายความว่าไงน่ะ นี่อย่าบอกนะว่านายกำลังเสียดายอยู่น่ะ!!” เซย์ย่าถามเสียงดัง แต่หนุ่มผมทองก็ไม่หันมาเอ็ดให้เขาพูดเบาๆ เหมือนทุกครั้ง
“...จะว่าเสียดายก็เสียดายนะ ฉันบอกไม่ถูก”
“ไหนนายบอกว่าเป็นตายยังไงนายก็ไม่ยอมรับการดูตัวครั้งนี้ไง”
คำถามนี้พอหลุดออกไป เฮียวกะก็เงยหน้าขึ้นมาเป็นครั้งแรก ดวงตาฉายแววงุนงง “ก็ใช่น่ะสิ..”
“แต่นาย..นายบอกว่า..”
“ขอโทษทีเซย์ย่า ฉันไม่ได้หมายถึงคุณหนูเถากุหลาบนั่นหรอก”
ได้ยินคำตอบอย่างนี้ เพื่อนรักอีกสองคนได้แต่หันมามองหน้ากันอย่างมืดแปดด้าน ..ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันลงไปเดินในสวนกับอะโฟรดิเต้ แล้วถ้าไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้วจะเป็นใครไปได้อีกเล่า ..ยิ่งคิดก็ยิ่งงง.. ตอนนั้นเองที่เฮียวกะลุกพรวดขึ้นมา “ฉันกลับบ้านดีกว่า”
“อะไร จะกลับแล้วเหรอ แล้วงานเลี้ยงเย็นวันนี้ล่ะ” นายม้าบินถามขึ้นทันที แต่คนตอบกลับเป็นชิริว
“เมื่อกี้นายไม่ได้ฟังรึไง งานวันนี้ล้มเลิกแล้ว” คำตอบนี้เล่นเอาคนถามร้องเสียงหลง ก็เขานั่งคิดสะระตะอยู่ตั้งนานว่าเย็นวันนี้จะกินอะไรบ้างดี
“งั้นฉันกลับด้วยแล้วกัน ไหนๆก็ไม่มีอะไรแล้ว” ร่างสูงในชุดสูทสีเกล็ดมังกรเดินตามเขาออกมาด้วย แต่เพิ่งก้าวพ้นประตูได้ไม่กี่ก้าว ไอโอรอสที่มีห้องทำงานอยู่ข้างห้องดูตัวก็เปิดประตูออกมาพอดี
“อ้อ..ชิริว เข้ามาช่วยงานอานิดนึงสิ”
สุดท้ายจึงเหลือเฮียวกะเดินกลับออกมาคนเดียว ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนนัก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาอยากจะกลับบ้านจริงหรือเปล่า เพียงมีสิ่งหนึ่งที่แจ่มชัดในห้วงความคิดของเขานั่นก็คือ..สีเขียว
สีเขียวของต้นไม้..
สีเขียวของใบไม้..
สีเขียวของเส้นผมยาวสลวย..
และสีเขียวของดวงตาคู่งามนั่น..
แม้จะเป็นเพียงวูบเดียว ทว่าภาพนั้นก็ดูเหมือนจะประทับลงความทรงจำของเขาอย่างยากที่จะสะบัดให้หลุดออกไป เพื่อนรักถามเขาว่าเสียดายไหม..ใช่ เขาเสียดาย อย่างน้อยเขาก็อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดีกว่าที่จะเห็นอีกฝ่ายหนีเขาไปด้วยความตกใจกลัวอย่างนั้น...
แต่เขาจะเจอร่างบางนั้นอีกได้ที่ไหนกันล่ะ ?
คิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็ชะงักเท้าลง เพราะพบว่าตัวเองเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงห้องจัดเลี้ยงใหญ่ห้องหนึ่งที่มีพนักงานของแซงค์ทัวรี่เดินขวักไขว่ไปหมด
เสียงเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมาอย่างดุดัน
“พวกแกน่ะ!! ขนถ้วยชามพวกนั้นไปเร็วๆสิ แกน่ะจะลากเก้าอี้ทำไม หา เดี๋ยวพื้นเสียต้องมานั่งทำความสะอาดอีกนะเฟ้ย เฮ้ยยยย ไอ้หมอนั่นน่ะโอ้เอ้อยู่ได้ลากโต๊ะไปเร็วๆ สิโว้ย!!!”
เสียงตะคอกนั่นดังขึ้นทุกทีๆ จนเฮียวกะต้องเดินไปชะโงกที่ประตูใหญ่แล้วก็เห็นว่าที่ข้างในนั้นจัดตกแต่งไว้อย่างอลังการทีเดียว โต๊ะปูผ้าลินินสีขาวสะอาดขาวพรืดไปทั่วห้อง น้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่างๆ จัดวางอยู่ทั่วไป และบนเวทีมโหฬารมีข้อความขนาดใหญ่สีฟ้าสดเขียนไว้ว่า
‘งานเลี้ยงฉลองความรัก เฮียวกะ&อะโฟรดิเต้’
จังหวะนั้นมีพนักงานสองคนหอบลังขนาดใหญ่เดินผ่านเขาไป
“โอ๊ย วุ่นวายชะมัดเลย นี่เพิ่งจะจัดเสร็จเมื่อกี้เองนะ ต้องมารื้อเก็บซะแล้ว”
“เบื่อพวกคนมีเงินจริงๆ คิดจะจัดก็จัด คิดจะเลิกก็เลิก นิสัยไม่ดี!!”
เฮียวกะได้แต่ยืนทำหน้าประหลาด พลางคิดขอโทษพนักงานพวกนั้นในใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านลุงโดโกจะมุ่งมั่นมาดหมายกับการดูตัวของเขาขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้หัวเสียสุดๆ ตอนที่รู้ว่าคู่ดูตัวของเขาล่มพิธีไปเองเสียแล้ว
...แต่ก็ช่างเถอะ กลับบ้านดีกว่าเรา...
ตอนที่เขาหันหลังกลับมานั่นเอง ก็รู้สึกถึงลมอ่อนพัดมาอีกครั้งก่อนที่จะชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง อีกฝ่ายที่ขนของมาเต็มอ้อมแขนไม่ทันระวังจึงถูกกระแทกจนเซไปหลายก้าว ข้าวของหลุดมือกระจายไปทั่วทางเดิน
“ผมขอโทษครับ” เฮียวกะรีบก้มลงช่วยอีกฝ่าย แต่ก็ชะงักมือของตนเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า
“ไม่หรอกฮะ..ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ”
เอ๋...
เสียงอย่างนี้..มือที่ทั้งขาวทั้งเรียวงามแบบนี้..
เฮียวกะรีบมองหน้าอีกฝ่ายทันที ใช่แล้ว เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากร่างบางเจ้าของดวงตาสีเขียวสดใสเมื่อตอนบ่ายนั่นเอง !!!
“นี่นาย..นายที่เจอในสวน...”
“ขอโทษจริงๆ นะฮะ!!” ร่างบางร้องเสียงดังอีกครั้งก่อนจะรีบคว้าข้าวของที่กระจายบนพื้นอย่างรวดเร็วจนเกือบหมด
สิ่งของชิ้นสุดท้ายที่นอนอยู่บนพื้นคือเหยือกแก้วเจียระไนที่ตอนนี้แตกละเอียดไปแล้ว คนผมสีเขียวมองเศษแก้วนั้นอย่างไร้หนทางออกก่อนที่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาเก็บเศษแก้วนั้น
“นี่นาย..ไม่ต้องหรอกนะ ฉันเก็บให้เอง” คนร่างสูงรีบกระวีกระวาดมาบ้าง แต่อีกฝ่ายก็เอ่ยห้ามขึ้นทันที ทั้งสองคนจึงแย่งกันเก็บเศษแก้วอยู่ตรงนั้น จนกระทั่ง..
“โอ๊ะ..” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่คนดวงตาเขียวสวยจะเบิกกว้างขึ้นอีกรอบด้วยแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นชายหนุ่มผมทองเบื้องหน้ายกมือใหญ่ขึ้นสะบัดไปมาพร้อมกับเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมาจากฝ่ามือ
“ขอโทษฮะ !!”
คำขอโทษดังนั้นอีกครั้งก่อนที่เฮียวกะจะรู้สึกถึงความเจ็บที่ฝ่ามือเสียอีก ร่างบางรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาจับมือเขาด้วยความตกใจ วินาทีที่มือเล็กเรียวนั้นสัมผัสมือหนา ชายหนุ่มร่างสูงก็รู้สึกว่าใบหน้าของตนร้อนวูบขึ้นมาอย่างประหลาด
“ไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่าฮะ”
“เอ่อ..ไม่เป็นไร..”
“แต่ว่า..”
“เฮ้ย !! ไอ้เจ้าคนหัวเขียวตรงนั้นน่ะ อู้งานเหรอ !!!!” เสียงตะคอกดังลั่นมาจากในห้อง ทำเอาร่างบางสะดุ้ง ปล่อยมือจากคนตัวสูงทันทีแล้วหันมากระซิบขอโทษเบาๆ อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป
เฮียวกะได้แต่ยืนมองตามร่างเล็กนั้น วินาทีถัดมาก็รู้สึกว่าใครบางคนตบไหล่เขาจากด้านหลัง
“เฮ้ย เจ้าเป็ดไหนว่าจะกลับบ้านไง นั่นแน่..กะจะมาหาอะไรห่อกลับบ้านเหมือนกันล่ะสิ” เซย์ย่าเอ่ยทักอย่างร่าเริงก่อนที่เจ้าตัวจะตาเบิกโพลงเมื่อเห็นฝ่ามือที่อาบเลือดของเพื่อน
“เฮ้..นี่มันอะไรกันน่ะ!!!” เสียงของนายจอมโวยไม่เบาเลย จนเรียกให้พนักงานแถวๆ นั้นหยุดมอง รวมทั้งหนุ่มน้อยที่ยังคงหอบของเต็มไม้เต็มมือนั้นด้วย ตอนนี้ดวงหน้านั้นได้แต่จับจ้องชายหนุ่มร่างสูงด้วยแววตาสำนึกผิดมากขึ้น
“ไม่มีอะไรน่า อุบัติเหตุชนกันแค่นั้นเอง” เฮียวกะตอบปัดๆ
“โฮ่..ชนกันจนทำให้คุณเฮียวกะ หลานชายของคุณคามิว ผู้บริหารระดับโกลด์คลาสเลือดตกยางออกเนี่ย ดูท่าเจ้าพนักงานนั่นคงโชคร้ายแล้วนะเนี่ย ดีไม่ดีอาจถูกไล่ออก” เจ้าเซย์ย่าพ่นโม้ไปเรื่อยพลางลากเพื่อนไปห้องพยาบาลของบริษัท เจ้าตัวไม่ได้สังเกตเลยว่าเพื่อนรักของตัวเองขัดขืนมากแค่ไหน
จะให้เดินไปอย่างสบายใจได้ยังไงกันเล่า..ก็ทันทีที่เจ้าม้าปากบอนพูดอะไรโดยไม่คิดออกมา เขาก็เห็นคนร่างบางหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วโค้งขอโทษเขาอีก 4-5 ครั้ง แล้ววิ่งเข้าห้องไปเพราะเสียงโหดๆ นั้นตะโกนเรียกเขาอีกครั้ง หมดโอกาสที่เฮียวกะจะได้แก้ตัว
เปล่านะ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายแบบที่เจ้าม้านี่มันพูดน้า.....!!!!
********[The End of Chapter 4]*************