Wind-of-Love

Wind of Love [Saint Seiya Fanfic]

อะแหะ สารภาพว่าเปิดบลอคนี้ ลงฟิคตูมเดียวแล้วก็ขาการติดต่อไปนานเลย ก็จะทยอยเอามาลงค่ะ ส่วนตอนต่อๆ ไปจะพยายามแต่งมาเน้อ ยังไงช่วยเม้นด้วยนะคะ ><

Chapter 4 - The Accidental Accident

“ไม่อยากจะเชื่อเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย”



เสียงตะโกนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ดังก้องห้องโถงมาครู่ใหญ่ๆ แล้ว ก่อนที่เจ้าของเสียงจะก้าวฉับๆ วนไปเวียนมาในห้อง มือหนาๆทั้งคู่คอยลากชุดยูกาตะที่เริ่มรุ่ยร่ายเพราะว่าเจ้าตัวเพิ่งจะเต้นแร้งเต้นกาโชว์หลานๆ และลูกน้องไปชุดใหญ่ ไม่ว่าใครจะห้ามก็ไม่ฟัง



“ไหนพูดอีกทีซิ เฮียวกะ เธอบอกว่าอะไรนะ ลุงได้ยินไม่ถนัด” โดโกหันมาแฮ่ใส่เฮียวกะอีกหน แต่เซย์ย่ากลับเป็นคนยื่นหน้ามาตอบแทน



“โถ่..ลุงโดโกละก้อ..เจ้าเฮียวกะมันบอกว่าคู่ดูตัวมันหนีไปแล้วไงครับ”



“หนวกหูเฟ้ย ใครไม่เกี่ยวเงียบปากไปเลย !!!!” ท่านประธานบริษัทชี้หน้านายม้าบินพร้อมกับด่ากราด เล่นเอาอีกฝ่ายหงอตัวลีบเล็กไปถนัดตา



“ใจเย็นๆ เถอะครับคุณลุง อะโฟรดิเต้หนีไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้แล้วละครับ” เสียงเข้มขรึมของ
ชิริวดังขึ้นที่ข้างตัว โดโกหันไปมองหลานชายแท้ๆ ของตัวเองแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้


“เจ้าก็พูดอย่างนั้นได้สิชิริว แต่ลุงนี่ล่ะ..โดนถอนหงอกแหงๆ เอาลูกสาวเขามาเข้าพิธีดูตัวเสียดิบดี พอคล้อยหลังเข้าหน่อยดันหนีหายไปกับใครที่ไหนก็ไม่รู้” ว่าแล้วลุงหน้าเด็กก็เข้าอารมณ์หัวเสียอีกรอบ เดินลงส้นปึงๆ วนรอบห้องอีกเช่นเคย


ด้านของคนที่เกือบจะได้เป็นเจ้าบ่าวนั่งนิ่งอย่างเดียวมาตั้งแต่ต้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นแฝงแววอาลัยบางอย่าง บางครั้งก็ถอนใจเบา ๆ ออกมา แล้วสักพักก็กลับมานั่งเหม่อลอยต่ออีกครั้ง


คามิวผู้เป็นอาเห็นหลานชายแสดงกิริยาอย่างนี้ก็ต้องเอ่ยปาก “ผมว่าแค่นี้เฮียวกะก็ช็อคจะแย่แล้วละ นี่ก็เกือบจะโดนดาบไม้ฟาดเอาด้วยนะฮะ เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ช่างมันเถอะ อีกอย่างคุณหนูคนนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก เห็นว่าคนที่พาตัวไปเป็นคนรักกันนี่นา ป่านนี้คงมีความสุขไปแล้วแหละ”


แล้วเฮียวกะก็ถอนหายใจอีกรอบหนึ่ง...



ทุกคนที่ยืนอยู่ในห้องนั้นมองเฮียวกะด้วยสายตาสงสารเพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มคงจะเสียใจที่อีกฝ่ายหนีเขาไปอย่างไม่ใยดี แถมยังวางแผนให้คนรักขนดาบไม้มาตะลุยหวดเขาจนเอาตัวแทบไม่รอดอีก(ส่วนหลังนี่เซย์ย่าโวยวายต่อเติมขึ้นมาเองเมื่อได้ยินเพื่อนรักบอกว่าคนรักของอะโฟรดิเต้เป็นนักดาบ)


“เอาละๆ” ในที่สุดผู้อาวุโสที่สุดในห้องก็โพล่งออกมาอย่างเหลืออด “ช่างมันก็ช่างมัน เดี๋ยวฉันไปขอโทษขอโพยฝ่ายนู้นเขาเองแล้วกัน คงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้หรอก” แล้วท่านผู้เฒ่าก็เดินออกจากห้องไปโดยมีลุงชิออนที่หน้าอ่อนไม่แพ้กันเดินกิโมโนปลิวตามไปอีกคน



เมื่อผู้ใหญ่ออกไปกันแล้ว บรรดาอาๆ ก็เดินมาปลอบใจเฮียวกะกันจนเสียงดังลั่นไปหมดก่อนจะทยอยออกไปเช่นกัน

“เฮ้อ..อย่างนี้รูปที่ลุงโดโกถ่ายไว้ตั้งเยอะแยะก็เป็นหมันละสิ” คาน่อนที่หอบถุงบรรจุรูปถ่ายโพราลอยด์ถุงเบ้อเริ่มบ่นอุบอิบ


“อย่าว่าแต่รูปเลย วีดิโอที่ถ่ายไว้ก็หมดประโยชน์เหมือนกันล่ะ อุตส่าห์ตั้งกล้องไว้ตั้ง 15 ตัว” มิโร่พูดขึ้นบ้างก่อนที่เขาจะออกไปสั่งพนักงานให้เตรียมมาเก็บกล้องทั้งหมดในห้องดูตัวออกไป


ในห้องจึงเหลือแค่เพื่อนรัก 3 คน


“เป็นไงล่ะเฮียวกะ..อีกฝ่ายหนีไปคงโล่งใจสินะ” ชิริวเอ่ยขึ้นเหมือนรู้ใจ ไอ้อาการเซื่องซึมของเจ้าเป็ดเนี่ยเป็นมารยาที่เอาไว้เรียกคะแนนสงสารจากญาติผู้ใหญ่ล่ะสิ ลูกไม้แบบนี้เขาเห็นมาบ่อยแล้ว


แต่เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่ออีกฝ่ายงึมงำตอบมาเบาๆว่า “ไม่รู้สิ..”


“หมายความว่าไงน่ะ นี่อย่าบอกนะว่านายกำลังเสียดายอยู่น่ะ!!” เซย์ย่าถามเสียงดัง แต่หนุ่มผมทองก็ไม่หันมาเอ็ดให้เขาพูดเบาๆ เหมือนทุกครั้ง


“...จะว่าเสียดายก็เสียดายนะ ฉันบอกไม่ถูก”


“ไหนนายบอกว่าเป็นตายยังไงนายก็ไม่ยอมรับการดูตัวครั้งนี้ไง”


คำถามนี้พอหลุดออกไป เฮียวกะก็เงยหน้าขึ้นมาเป็นครั้งแรก ดวงตาฉายแววงุนงง “ก็ใช่น่ะสิ..”


“แต่นาย..นายบอกว่า..”



“ขอโทษทีเซย์ย่า ฉันไม่ได้หมายถึงคุณหนูเถากุหลาบนั่นหรอก”



ได้ยินคำตอบอย่างนี้ เพื่อนรักอีกสองคนได้แต่หันมามองหน้ากันอย่างมืดแปดด้าน ..ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันลงไปเดินในสวนกับอะโฟรดิเต้ แล้วถ้าไม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้วจะเป็นใครไปได้อีกเล่า ..ยิ่งคิดก็ยิ่งงง.. ตอนนั้นเองที่เฮียวกะลุกพรวดขึ้นมา “ฉันกลับบ้านดีกว่า”



“อะไร จะกลับแล้วเหรอ แล้วงานเลี้ยงเย็นวันนี้ล่ะ” นายม้าบินถามขึ้นทันที แต่คนตอบกลับเป็นชิริว
“เมื่อกี้นายไม่ได้ฟังรึไง งานวันนี้ล้มเลิกแล้ว” คำตอบนี้เล่นเอาคนถามร้องเสียงหลง ก็เขานั่งคิดสะระตะอยู่ตั้งนานว่าเย็นวันนี้จะกินอะไรบ้างดี


“งั้นฉันกลับด้วยแล้วกัน ไหนๆก็ไม่มีอะไรแล้ว” ร่างสูงในชุดสูทสีเกล็ดมังกรเดินตามเขาออกมาด้วย แต่เพิ่งก้าวพ้นประตูได้ไม่กี่ก้าว ไอโอรอสที่มีห้องทำงานอยู่ข้างห้องดูตัวก็เปิดประตูออกมาพอดี

“อ้อ..ชิริว เข้ามาช่วยงานอานิดนึงสิ”



สุดท้ายจึงเหลือเฮียวกะเดินกลับออกมาคนเดียว ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนนัก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาอยากจะกลับบ้านจริงหรือเปล่า เพียงมีสิ่งหนึ่งที่แจ่มชัดในห้วงความคิดของเขานั่นก็คือ..สีเขียว


สีเขียวของต้นไม้..
สีเขียวของใบไม้..
สีเขียวของเส้นผมยาวสลวย..
และสีเขียวของดวงตาคู่งามนั่น..



แม้จะเป็นเพียงวูบเดียว ทว่าภาพนั้นก็ดูเหมือนจะประทับลงความทรงจำของเขาอย่างยากที่จะสะบัดให้หลุดออกไป เพื่อนรักถามเขาว่าเสียดายไหม..ใช่ เขาเสียดาย อย่างน้อยเขาก็อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดีกว่าที่จะเห็นอีกฝ่ายหนีเขาไปด้วยความตกใจกลัวอย่างนั้น...



แต่เขาจะเจอร่างบางนั้นอีกได้ที่ไหนกันล่ะ ?



คิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็ชะงักเท้าลง เพราะพบว่าตัวเองเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงห้องจัดเลี้ยงใหญ่ห้องหนึ่งที่มีพนักงานของแซงค์ทัวรี่เดินขวักไขว่ไปหมด


เสียงเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมาอย่างดุดัน

“พวกแกน่ะ!! ขนถ้วยชามพวกนั้นไปเร็วๆสิ แกน่ะจะลากเก้าอี้ทำไม หา เดี๋ยวพื้นเสียต้องมานั่งทำความสะอาดอีกนะเฟ้ย เฮ้ยยยย ไอ้หมอนั่นน่ะโอ้เอ้อยู่ได้ลากโต๊ะไปเร็วๆ สิโว้ย!!!”


เสียงตะคอกนั่นดังขึ้นทุกทีๆ จนเฮียวกะต้องเดินไปชะโงกที่ประตูใหญ่แล้วก็เห็นว่าที่ข้างในนั้นจัดตกแต่งไว้อย่างอลังการทีเดียว โต๊ะปูผ้าลินินสีขาวสะอาดขาวพรืดไปทั่วห้อง น้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่างๆ จัดวางอยู่ทั่วไป และบนเวทีมโหฬารมีข้อความขนาดใหญ่สีฟ้าสดเขียนไว้ว่า

‘งานเลี้ยงฉลองความรัก เฮียวกะ&อะโฟรดิเต้’



จังหวะนั้นมีพนักงานสองคนหอบลังขนาดใหญ่เดินผ่านเขาไป

“โอ๊ย วุ่นวายชะมัดเลย นี่เพิ่งจะจัดเสร็จเมื่อกี้เองนะ ต้องมารื้อเก็บซะแล้ว”

“เบื่อพวกคนมีเงินจริงๆ คิดจะจัดก็จัด คิดจะเลิกก็เลิก นิสัยไม่ดี!!”


เฮียวกะได้แต่ยืนทำหน้าประหลาด พลางคิดขอโทษพนักงานพวกนั้นในใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านลุงโดโกจะมุ่งมั่นมาดหมายกับการดูตัวของเขาขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้หัวเสียสุดๆ ตอนที่รู้ว่าคู่ดูตัวของเขาล่มพิธีไปเองเสียแล้ว


...แต่ก็ช่างเถอะ กลับบ้านดีกว่าเรา...

ตอนที่เขาหันหลังกลับมานั่นเอง ก็รู้สึกถึงลมอ่อนพัดมาอีกครั้งก่อนที่จะชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง อีกฝ่ายที่ขนของมาเต็มอ้อมแขนไม่ทันระวังจึงถูกกระแทกจนเซไปหลายก้าว ข้าวของหลุดมือกระจายไปทั่วทางเดิน



“ผมขอโทษครับ” เฮียวกะรีบก้มลงช่วยอีกฝ่าย แต่ก็ชะงักมือของตนเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า

“ไม่หรอกฮะ..ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ”


เอ๋...

เสียงอย่างนี้..มือที่ทั้งขาวทั้งเรียวงามแบบนี้..


เฮียวกะรีบมองหน้าอีกฝ่ายทันที ใช่แล้ว เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากร่างบางเจ้าของดวงตาสีเขียวสดใสเมื่อตอนบ่ายนั่นเอง !!!


“นี่นาย..นายที่เจอในสวน...”

“ขอโทษจริงๆ นะฮะ!!” ร่างบางร้องเสียงดังอีกครั้งก่อนจะรีบคว้าข้าวของที่กระจายบนพื้นอย่างรวดเร็วจนเกือบหมด


สิ่งของชิ้นสุดท้ายที่นอนอยู่บนพื้นคือเหยือกแก้วเจียระไนที่ตอนนี้แตกละเอียดไปแล้ว คนผมสีเขียวมองเศษแก้วนั้นอย่างไร้หนทางออกก่อนที่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาเก็บเศษแก้วนั้น



“นี่นาย..ไม่ต้องหรอกนะ ฉันเก็บให้เอง” คนร่างสูงรีบกระวีกระวาดมาบ้าง แต่อีกฝ่ายก็เอ่ยห้ามขึ้นทันที ทั้งสองคนจึงแย่งกันเก็บเศษแก้วอยู่ตรงนั้น จนกระทั่ง..



“โอ๊ะ..” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่คนดวงตาเขียวสวยจะเบิกกว้างขึ้นอีกรอบด้วยแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นชายหนุ่มผมทองเบื้องหน้ายกมือใหญ่ขึ้นสะบัดไปมาพร้อมกับเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมาจากฝ่ามือ



“ขอโทษฮะ !!”

คำขอโทษดังนั้นอีกครั้งก่อนที่เฮียวกะจะรู้สึกถึงความเจ็บที่ฝ่ามือเสียอีก ร่างบางรีบลุกขึ้นแล้วเดินมาจับมือเขาด้วยความตกใจ วินาทีที่มือเล็กเรียวนั้นสัมผัสมือหนา ชายหนุ่มร่างสูงก็รู้สึกว่าใบหน้าของตนร้อนวูบขึ้นมาอย่างประหลาด


“ไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่าฮะ”

“เอ่อ..ไม่เป็นไร..”

“แต่ว่า..”



“เฮ้ย !! ไอ้เจ้าคนหัวเขียวตรงนั้นน่ะ อู้งานเหรอ !!!!” เสียงตะคอกดังลั่นมาจากในห้อง ทำเอาร่างบางสะดุ้ง ปล่อยมือจากคนตัวสูงทันทีแล้วหันมากระซิบขอโทษเบาๆ อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป



เฮียวกะได้แต่ยืนมองตามร่างเล็กนั้น วินาทีถัดมาก็รู้สึกว่าใครบางคนตบไหล่เขาจากด้านหลัง

“เฮ้ย เจ้าเป็ดไหนว่าจะกลับบ้านไง นั่นแน่..กะจะมาหาอะไรห่อกลับบ้านเหมือนกันล่ะสิ” เซย์ย่าเอ่ยทักอย่างร่าเริงก่อนที่เจ้าตัวจะตาเบิกโพลงเมื่อเห็นฝ่ามือที่อาบเลือดของเพื่อน



“เฮ้..นี่มันอะไรกันน่ะ!!!” เสียงของนายจอมโวยไม่เบาเลย จนเรียกให้พนักงานแถวๆ นั้นหยุดมอง รวมทั้งหนุ่มน้อยที่ยังคงหอบของเต็มไม้เต็มมือนั้นด้วย ตอนนี้ดวงหน้านั้นได้แต่จับจ้องชายหนุ่มร่างสูงด้วยแววตาสำนึกผิดมากขึ้น


“ไม่มีอะไรน่า อุบัติเหตุชนกันแค่นั้นเอง” เฮียวกะตอบปัดๆ

“โฮ่..ชนกันจนทำให้คุณเฮียวกะ หลานชายของคุณคามิว ผู้บริหารระดับโกลด์คลาสเลือดตกยางออกเนี่ย ดูท่าเจ้าพนักงานนั่นคงโชคร้ายแล้วนะเนี่ย ดีไม่ดีอาจถูกไล่ออก” เจ้าเซย์ย่าพ่นโม้ไปเรื่อยพลางลากเพื่อนไปห้องพยาบาลของบริษัท เจ้าตัวไม่ได้สังเกตเลยว่าเพื่อนรักของตัวเองขัดขืนมากแค่ไหน



จะให้เดินไปอย่างสบายใจได้ยังไงกันเล่า..ก็ทันทีที่เจ้าม้าปากบอนพูดอะไรโดยไม่คิดออกมา เขาก็เห็นคนร่างบางหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วโค้งขอโทษเขาอีก 4-5 ครั้ง แล้ววิ่งเข้าห้องไปเพราะเสียงโหดๆ นั้นตะโกนเรียกเขาอีกครั้ง หมดโอกาสที่เฮียวกะจะได้แก้ตัว



เปล่านะ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายแบบที่เจ้าม้านี่มันพูดน้า.....!!!!




********[The End of Chapter 4]*************

แล้วพบกันคราวหน้านะคะ~~

 

Wind of Love [Saint Seiya Fanfic]

Chapter 3 - When the Wind Blow




สายลมแห่งรักพัดมาแล้ว..พัดมาอย่างร้อนแรงและฉุนแสบจมูกทีเดียว


สายลมกลิ่นกุหลาบ..กุหลาบที่มีนามว่าอะโฟรดิเต้ !!!



เฮียวกะแทบจะผงะหงายหลังออกมาจากห้องดูตัวเพื่อจะวิ่งไปจามข้างนอก ถ้าตอนนั้นท่านประธานใหญ่โดโกและยังเป็นคนที่อาวุโสที่สุดในที่นั่นไม่เดินมาดึงแขนเขาเข้าไปแล้วจัดแจงแนะนำทั้งสองฝ่ายพร้อมลากเก้าอี้ออกมาเตรียมให้เสร็จสรรพอย่างนั้น


แล้วผู้อาวุโสน้อยสุดๆ อย่างเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร...(เวรกรรมแท้ๆ)


พิธีการดูตัวดำเนินไปอย่างเลิศหรูตามประเพณีเป๊ะๆ ผู้ใหญ่ทั้งหลายในห้องใหญ่นั้นดูมีความสุขโดยถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นท่านลุงทั้งสอง ท่านอาทั้งหก ญาติผู้ใหญ่ของทางอะโฟรดิเต้(ที่ดูเหมือนจะใส่น้ำหอมกลิ่นเดียวกันทั้งบ้าน) หรือแม้แต่เจ้าเพื่อนรักสุดขั้วของเฮียวกะทั้งสองหน่อ จนเขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเป็ดน้อยอ้อนแม่ตามที่เจ้าเซย์ย่าเรียก เพราะหนุ่มหน้าหล่อเริ่มเรียกร้องหาท่านแม่ในใจมากขึ้นทุกที



...แม่ครับ..ช่วยลูกที..



ลูกไม่อยากแต่งงานกับแปลงกุหลาบคร้าบบบ !!!!!



เมื่อการคุยกันของผู้ใหญ่สิ้นสุดลง เฮียวกะก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้อะไรตกค้างในหัวเลย เพราะถูกกลิ่นกุหลาบนานาพันธุ์ที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องเล่นงานจนสมองเบลอไปหมด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อาคามิวของเขาหันมาพูดอะไรสักอย่างที่เขาจับได้แค่ว่า


...คุยกันไปแล้วกัน...


แล้วบรรดาท่านผู้ใหญ่ก็พากันลุกออกไปจากห้องทีละคนจนหมด เหลือแค่เขาและพรรคพวก และอะโฟรดิเต้สาวงามที่ยืนนิ่งสนิทสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง



งั้นพวกเราออกไปก่อนละนะเฮียวกะ ชิริวเอ่ยลาก่อนจะหันหลังกลับทำท่าจะออกไป แต่เฮียวกะรีบวิ่งไปตะครุบตัวเขาไว้ได้ที่หน้าประตู


อย่าเพิ่งไปสิชิริว!!!


เฮ่ย..นายจะบ้าเรอะไง ผู้ใหญ่เขาอุตส่าห์เปิดโอกาสให้นายคุยกับคุณหนูนั่นสองต่อสอง จะให้พวกฉันอยู่เป็นก้างขวางคอเหรอ พูดจบนายมังกรหนุ่มก็ตบไหล่ให้กำลังใจเขาสองสามครั้งก่อนจะจากไป ฉันดูแล้วคิดว่าเธอคนนี้ดีมากทีเดียวนะ คำพูดทิ้งท้ายนั้นแทงฉึกลงกลางใจเขาจนมันเจ็บจี๊ดๆ ขึ้นมาทีเดียว



ชิริวเอ๋ย..ฉันมองยังไงก็เห็นแต่แปลงกุหลาบฟร่ะ !!!



เมื่อชิริวออกจากห้องไปแล้วเฮียวกะก็จำใจหันใบหน้าที่บูดเบี้ยวเพราะความเอียนกลิ่นมาเผชิญหน้ากับนางงามกอกุหลาบอะโฟรดิเต้..การที่เขาจะตั้งฉายาแสบๆคันๆ ให้กับว่าที่คู่หมั้นแบบนี้คงไม่เป็นการเสียมารยาทนักหรอก เพราะว่าหญิงสาวตรงหน้าเขานั้นสวมชุดกิโมโนพื้นสีใบกุหลาบยามแดดร่มลมตก แต่ปักลายเถากุหลาบแดงดอกโตๆ เกี่ยวกระหวัดร้อยเรียงกันวิจิตรพิสดารเป็นที่สุด จนหนุ่มผมทองในชุดสูทสีฟ้าธรรมดาๆ รู้สึกว่าชุดตัวเองกลายเป็นเม็ดปุ๋ยวิทยาศาสตร์ในกระถางกุหลาบไปเลย เรือนผมสีฟ้าสว่างสวยของเจ้าหล่อนยังกลัดติดไว้ด้วยกุหลาบสีชมพูที่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอมลายพร้อยไปทั้งหัวจนเฮียวกะคิดว่านั่นน่าจะเป็นลายผ้าปูโต๊ะมากกว่าที่จะเป็นศิลปะการแต่งเส้นผมของมนุษย์ ยังไม่รวมกลิ่นน้ำหอมที่เหมือนกลั่นมาจากกุหลาบทุกชนิดในโลกจนมีกลิ่นหวานแสบจมูกชวนจามสุดๆ นั่นอีก ทำให้เขารักษาระยะห่างกับหญิงสาวผู้เลอโฉมนั้นที่ระยะ 2 เมตรไม่ขาดไม่เกิน



สายลมแห่งความรักงั้นเหรอ...เขาคิดพลางยิ้มเยาะอยู่ในหน้า...ลมรักกลิ่นแสบโพรงจมูกแบบนี้เขาไม่เอาด้วยหรอก !!!


ว่าแต่เขาจะหาทางหนียังไงดีละเนี่ย ???



เอ่อ.. ตอนที่เขาหมกหมุ่นกับการคิดหาทางหนีอีกครั้งนั่นเอง เสียงหวานใสจากคนอีกคนที่เหลืออยู่ในห้องก็เอ่ยขึ้น



ครับ เฮียวกะขานรับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย แล้วก็ต้องหลบสายตาลงทันทีเพราะรู้สึกว่ายิ่งอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ กลิ่นกุหลาบก็ยิ่งแรงขึ้นทำให้เขาเริ่มวิงเวียนขึ้นมา แล้วดันหันไปมองเถากุหลาบที่ร้อยเกี่ยวกันตั้งแต่หัวจดเท้าแบบนั้นก็ทำให้ตาลายจนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ร่วมด้วยเข้าไปอีก



อะโฟรดิเต้มองเขาด้วยท่าทีที่ประหม่านิดๆ ก่อนจะชวนเขาขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เราออกไปที่สวนด้านนอกกันดีไหมคะ


!!!


อาศัยแค่คำพูดนี้ก็ทำให้เฮียวกะแทบกระโดดเข้ากอดเจ้าแม่เถากุหลาบด้วยความดีใจถ้าไม่ติดว่าเขาคงจะเป็นลมล้มตึงไปก่อนเพราะกลิ่นชวนคลื่นเหียนนั่นน่ะนะ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกจากการดูตัวมหาโหดนี้ได้ยังไง แต่อย่างน้อยก็ขอโอกาสต่อลมหายใจกับอากาศบริสุทธิ์ที่ข้างนอกก่อนก็แล้วกัน ดังนั้นเขาจึงรีบเปิดประตูให้ร่างแบบบางเดินออกไปทันที (หนุ่มร่างสูงต้องกลั้นหายใจเฮือกใหญ่ทีเดียวตอนที่เธอเดินผ่านหน้าเขาไป)

**************************************

บรรยากาศของสวนส่วนตัวภายในแซงค์ทัวรี่นั้นกว้างใหญ่และร่มรื่นเป็นอย่างมาก ในอาณาเขตกว้างขวางนี้ดูเหมือนจะปลูกไปด้วยต้นไม้แทบจะทุกพันธุ์ที่ทางบริษัทจะติดต่อหาซื้อได้ รวมถึงการจัดสวนที่มีให้เห็นเกือบจะทุกแบบ ทั้งแบบญี่ปุ่น แบบโซนยุโรป แบบกล้วยไม้เมืองร้อน ไปจนถึงป่าเขตร้อนแบบอเมซอนก็ยังมี (ครั้งหนึ่งเซย์ย่าเคยบอกเฮียวกะว่าเขาเจอจระเข้ในแม่น้ำจำลองในเขตสวนป่าชนิดนี้ด้วย แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อเด็ดขาด!!)



เฮียวกะและว่าที่คู่หมั้นของเขาเดินมาถึงสวนสวยแบบยุโรปแถบหนึ่งที่มีต้นไม้สูงใหญ่และไม้พุ่มมากมายดูร่มรื่นและรกทึบไปในคราวเดียวกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
...เงียบ...




เมื่อมาถึงนี่หนุ่มผมทองร่างสูงก็เอาแต่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดจนลืมไปว่าตัวเองควรจะสนทนาอะไรกับอีกฝ่ายสักหน่อย แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะคุยอะไรดี เขาจึงแสดงท่าทีเก้ๆ กังๆ ส่วนอะโฟรดิเต้ก็ดูเหมือนทำท่าจะพูดอะไรออกมาหลายหน แต่เมื่อมองหน้าเขาแล้วก็หลบสายตาไปเช่นกัน ทั้งสองคนจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ในความสงัด..




จนกระทั่ง...


เอ่อ...




ครับ?? เฮียวกะขานรับทันทีตามสัญชาตญาณ และก็ทำให้หญิงสาวเงียบลงทันที บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบอีกรอบ คราวนี้ร่างสูงเริ่มสังเกตเห็นท่าทีกระวนกระวายที่มากขึ้นๆ ของหญิงสาวตรงหน้า แล้วเริ่มรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่าง




นี่ไม่ใช่ว่าแม่เถากุหลาบนี่จะมาหลงรักเราเข้านะ... เขาเริ่มตั้งสมมุติฐานในใจอย่างไม่ค่อยจะหลงตัวเองเล้ยยย





อาการแบบนี้ กระวนกระวายเขินอายอย่างนี้ แล้วยังไม่ยอมสบตาเขาอีก นี่มันคงไม่ใช่อาการเริ่มต้นของคนที่ตกหลุมรักใครหรอก...ใช่ไหม ใช่ไหม ใช่ไหม!!!




อันตราย อันตรายมาก !!!




คุณชอบกุหลาบมากเลยเหรอ เฮียวกะเริ่มยิงคำถามทันที ถ้าจะเอาตัวรอดในกรณีอย่างนี้ก็ต้องไม่ให้ความเงียบเข้าครอบคลุม คุยอะไรทำลายบรรยากาศไปก่อนท่าจะดี แต่คำถามที่เบสิกๆ อย่าง คุณมีงานอดิเรกอะไร คุณชอบสะสมอะไร คุณสนใจอะไร คงไม่จำเป็นสำหรับสาวเจ้ากอกุหลาบตรงหน้า เพราะคำตอบมันเห็นอยู่โต้งๆ แล้วอย่างนี้




แต่หญิงสาวเจ้าของเรือนผมฟ้าสว่างที่แทบจะหายไปใต้ดงกุหลาบยังนิ่งเฉยคล้ายกับไม่ได้ยินคำถามของเขาแม้แต่น้อย จนหนุ่มผมทองต้องย้ำอีกครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ... เธอก็ยังก้มมองพื้นหญ้าเฉย




คุณอะโฟรดิเต้ !!!! ได้ผล !! เมื่อชายหนุ่มร้องเรียกชื่อเสียงดัง เธอก็สะดุ้งสุดตัวแล้วหันมามองเขาราวกับว่าเธอเพิ่งได้ยินเขาเรียกเป็นครั้งแรก



มีอะไรเหรอคะ



อ่า..เปล่าครับ เห็นอาการแปลกๆ แบบนี้เฮียวกะก็เริ่มทำตัวไม่ถูกเลยตัดสินใจไม่ชวนคุยแล้วดีกว่า อะโฟรดิเต้ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจการมีอยู่ของเขาซักเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ เอ..หรือว่าเขาจะยืนห่างเธอเกินไปนะ คิดได้อย่างนั้นเขาเลยขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาวร่างบอบบางเข้าไปอีกนิด แม้ว่าจมูกของเขาจะคันยุบยิบเพราะเจ้ากลิ่นหวานฉุนนั่นแต่ด้วยความเป็นคุณชายที่ได้รับอบรมมาดีจึงไม่อาจหักใจทำตัวแย่ๆ ออกไปให้คุณหนูตระกูลสูงอย่างเธอได้เห็น




เรื่องกลับกลายเป็นว่าอะโฟรดิเต้ถอยห่างเขาออกไปเสียอีก นั่นทำให้คนตัวสูงกว่างงเอามากๆ ยิ่งเขาเดินเข้าหา เธอก็กระเถิบถอยห่าง หนึ่งก้าว..สองก้าว...สาม..สี่ก้าว จนเธอร้องออกมาอย่างประหม่าสุดๆ


คุณ..คุณเฮียวกะ..คุณไม่ได้คิดจะแต่งงานกับฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ !!!.
.
.
.
.
.
.
งง !!!!




เฮียวกะสาบานได้ว่าตั้งแต่เมื่อ 3 วันที่แล้วจนกระทั่งเช้าวันนี้เขาคิดถึงสถานการณ์หลบหนีหรือเหตุการณ์ที่จะช่วยให้การดูตัวครั้งนี้ล่มไปซะ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากคู่ดูตัวแน่ๆ ก็ไม่ใช่ว่าเธอเต็มใจจะมาดูตัวหรอกเหรอถึงได้ส่งแฟ้มดูตัวนั่นมาให้ทางอาของเขา



นี่หมายความว่าคุณ...




ฉันขอโทษค่ะ..



เอาละสิ !!! อย่างนี้แสดงว่าอะโฟรดิเต้ก็ไม่ได้อยากมาดูตัวสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาเทน่าจะเข้าข้างเขาขนาดนี้ !!!




แต่ยัง..คำพูดที่เธอต้องการพูดยังไม่หมดแค่นี้...



ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้เลยนะคะ!!!



เอ๋..หมายความว่าอะไรละนี่ ?



ขณะที่เฮียวกะขมวดคิ้วกับข้อความประหลาดนี้ก็ได้ยินเสียง แซ่ก ดังขึ้นจากพุ่มไม้ข้างหลัง อะไรบางอย่างกระโจนออกมาจากพุ่มไม้!!!



ย้ากกกก เอ็กคาลิเบ้ออออออ!!!!!




เฮ้ยยยยยยย....
.
.
.
.
.
ฉึก !!!
.....

......

.........






นายเป็ดเกือบจะชะตาชีวิตดับสูญเสียแล้ว แต่นับว่าอาเทน่ายังเมตตา เพราะเขารู้สึกว่าคำพูด
ของอะโฟรดิเต้ฟังแปลกๆ สัญชาตญาณเอาตัวรอดเลยตื่นตัวเต็มที่ ทำให้กระโดดหลบสิ่งลึกลับที่ข้างหลังได้อย่างหวุดหวิด



จริงๆ แล้วมันไม่ใช่สิ่งลึกลับ แต่เป็นชายหนุ่มผมดำหน้าตาหล่อเหลาไม่เบาคนหนึ่งที่ตอนนี้พยายามดึงดาบไม้ที่ปักลึกลงดินไปเกือบครึ่งด้าม



ชูร่า!!! เสียงหวานๆ ข้างตัวเขากรีดดังขึ้น แล้วแม่กอกุหลาบก็วิ่งปราดไปกันชายหนุ่มคนนั้นไว้ คุณเฮียวกะคะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของชูร่านะคะ เป็นฉันเองคนเดียว..

ไม่..อะโฟรดิเต้ อย่าพูดยังงั้น ฉัน..ฉันเอง..



แล้วสองหนุ่มสาวก็หลับหูหลับตาโวยวายยอมรับผิดกันไปเอง 2 คน ดูท่าจะไม่สนใจหนุ่มผมทองที่เกือบจะหัวแบะมาหมาดๆเอาเสียเลย ตอนนี้เองที่นายเป็ดเพิ่งจะตระหนักได้ว่าไอ้ท่าทีลุกลี้ลุกลนที่เขาตีความไปว่าเป็นความเขินอายนั้นน่ะ..จริงๆแล้วมันคืออาการของคนกลัวความผิดต่างหาก!!



เอาละๆ ผมว่าพวกคุณใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะ ไหนอธิบายมาซิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

เห็นท่าทีขึงขังของเฮียวกะเข้าไป ทั้งสองคนที่นั่งกอดกันกลมบนพื้นได้แต่นั่งทำสีหน้าประหลาด ก่อนที่อะโฟรดิเต้จะยอมเปิดปากเล่าที่มาที่ไปของเรื่องราวคราวนี้




...มันเป็นเรื่องของคุณหนูบอบบางผู้น่าสงสารที่ถือกำเนิดมาในตระกูลสูงส่ง คิดอยากได้อะไรก็ได้ ไม่เคยผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว แต่เว้นเพียงเรื่องนี้..เรื่องการแต่งงาน..ที่พ่อแม่วางแผนจัดการให้เองทุกอย่างไม่ยอมฟังเสียงทัดทานจากลูกสาวว่าจริงๆ แล้วหัวใจของเธอได้ยกให้กับชายหนุ่มผู้มาฝึกวิชาดาบที่โรงฝึกใกล้บ้านไปนานแล้ว ชื่อของเขาคือชูร่านั่นเอง..และเมื่อทางบ้านระแคะระคายความสัมพันธ์แสนหวานนี้ พวกเขาจึงขัดขวางทุกวิถีทางจนในที่สุดก็แอบเอาแฟ้มการดูตัวของเธอส่งมาให้ที่แซงค์ทัวรี่..และแล้ว คุณหนูอะโฟรดิเต้ก็หัวใจสลาย รู้สึกเหมือนกับว่ากุหลาบทั้งสวนในคฤหาสน์พากันเหี่ยวเฉาลงไปต่อหน้าเมื่อได้รับคำสั่งราวสายฟ้าฟาดลงกลางดวงใจว่า..คุณชายแห่งบริษัทแซงค์ทัวรี่ตกลงใจเลือกเธอเป็นคู่ดูตัว !!!...ทว่า..ไม่มีสิ่งใดจะมาผันแปรความรักอันมั่นคงของทั้งสองได้อีกต่อไป หญิงสาวจึงตกลงใจกับชูร่าว่าเธอจะวางแผนหนีตามกันไปในระหว่างการดูตัวครั้งนี้..โดยเธอจะล่อคุณชายคนนั้นออกมาที่สวนแล้ว...




...แล้วเอาดาบไม้เนี่ยฟาดหัวผมงั้นสิ เฮียวกะต่อให้ โฉมงามเถากุหลาบพยักหน้าอย่างยอมรับผิด เขาจึงชายตามองหนุ่มผมดำคนนั้นและดาบไม้ที่ยังปักคาอยู่ข้างๆ




โอย..อยากจะบ้า..จะหนีตามกันไปที่ไหนก็ไปสิ เขาไม่ห้ามแหงอยู่แล้ว..นี่ดันคิดแผนประทุษร้ายเขาเสียเสร็จสรรพ นี่ถ้าหลบไม่ทันมีหวังหัวยุบ สมองไหลเป็นแน่แท้ ไอ้เจ้าท่าไม้ตายนั่นก็เหลือเกิน ใช้ดาบไม้แต่ดันมีชื่อท่าว่า เอ็กคาลิเบอร์ !!!!



แต่ว่า..ยังงี้ก็หมายความว่า...




การดูตัวล่มแล้วละสิ !!!!!





ผมว่าพวกคุณรีบไปดีกว่านะ คำพูดนี้เล่นเอาคู่รักหวานปานจะกลืนต้องมองหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้าสวยหวานของอะโฟรดิเต้ที่มีน้ำตาเอ่อคลอจากการเล่าตำนานรักรันทดเมื่อครู่เปล่งประกายขึ้นทันที


คุณ..นี่คุณ..คุณไม่...


ครับ..ไม่หรอก ไม่อะไรก็ไม่รู้ล่ะ ไม่โกรธ..ไม่รัก..หรือไม่ชอบ..เขาไม่สนใจแล้ว ตอนนี้ได้แต่พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่หัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความเบิกบานใจอย่างสุดๆ



ไม่ต้องแต่งงานแล้ว !!!!!!




ฉับพลันนั้น แม่สาวกอกุหลาบก็ส่งเสียงสดใสแว่วมาว่า ขอบคุณนะคะคุณเฮียวกะ เราจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย ว่าแล้วเธอก็โผเข้ากอดเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วผละจากไปอย่างรวดเร็วไปซ้อนจักรยานที่ชูร่าขนมาซ่อนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ สวนจำลอง ทิ้งนายเป็ดที่น่าสงสารนั่งกองกับพื้น มึนกลิ่นกุหลาบนานาพันธุ์อยู่ตรงนั้นเอง




..แต่ก็ช่างเถอะนะ กลิ่นเอียนชวนเวียนหัวแป๊บเดียวก็หาย...ชายหนุ่มหน้าคมคิดในใจอย่างยินดี
ทว่าก็อดคิดไม่ได้..คนสองคนนี้น่าอิจฉาจังเลยนะ..ต่อสู้เพื่อความรักของตัวเองมาได้ขนาดนี้...
แล้วเขาล่ะ...เมื่อไหร่กันที่จะพบใครสักคนที่เขาจะมอบความรักที่น่าประทับใจแบบนี้ให้..




เมื่อไหร่กันนะ..ที่คนคนนั้นจะ...



เป๊าะ เสียงกิ่งไม้แห้งหักที่ข้างหลังต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าเรียกเฮียวกะให้ตื่นจากภวังค์ พุ่มไม้ตรงนั้นไหววูบหนึ่งก่อนจะนิ่งสนิท



..มีคนอยู่ที่นั่น ??



แย่ละ..เกิดมีใครมารู้เห็นแผนปล่อยตัวว่าที่คู่หมั้นไปแบบนี้ เรื่องไม่จบแค่นี้แน่..




ใครน่ะ!! เฮียวกะถามหยั่งเชิง พุ่มไม้ตรงนั้นไหวเบาๆ อีกครั้ง อย่างนี้ยิ่งชัดเจน..มีคนอยู่จริงๆ ด้วย


..ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันรู้นะว่ามีคน ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปหาต้นไม้เจ้าปัญหาอย่างช้าๆ จนเมื่อเขาจะเดินถึงอยู่แล้ว ใครคนหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาจากพุ่มไม้แล้วหันหลังจะวิ่งออกไป !!!!



แต่เฮียวกะที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้วมีหรือจะปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้ ร่างสูงปราดเข้ายึดไหล่ของอีกฝ่ายไว้แล้วกระชากกลับมาอย่างแรง


อย่าหนี น---!!




แล้วเขาก็รู้สึกถึง..ลมหอบใหญ่หอบหนึ่งพัดเข้าปะทะใบหน้าของตน...ลมเย็นอ่อนๆที่สะอาดบริสุทธิ์พร้อมกลิ่นหอมละมุนชวนพิศวงพลิ้วมาเคลียดวงหน้าได้รูปของเขาก่อนจะผ่านเลยไป



และเปิดโอกาสให้เขาได้เพ่งพิศคนตรงหน้าได้เต็มตา...




ดวงหน้าขาวนวลสวยน่ารักราวสตรีในกรอบผมสีเขียวมรกตเงยขึ้นมองเขาช้าๆ ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมสลวยนั้นทอแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด..
ทว่าในความตระหนกนั้นมีความงามซ่อนอยู่..
ความงามที่ตรึงตา ความงามอันยากบรรยาย...




เฮียวกะคล้ายรู้สึกว่าตัวเองลืมไปแล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลุดจากมือแข็งแรงของเขา เสียงหวานแผ่วเบาเอื้อนเอ่ยว่า..



ขอโทษนะฮะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง.. แล้วร่างบอบบางนั้นก็วิ่งจากไปท่ามกลางแสงตะวันอ่อนของฤดูหนาว




สายลมอ่อนพัดมาอีกระลอก หอบเอากลิ่นหอมบริสุทธิ์นั้นมาอีกครั้ง เฮียวกะรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งตื่นนอนและยังคงวนเวียนอยู่กับโลกแห่งความฝันอันห่างไกล



ลมประหลาดนี้คืออะไรกัน


แล้วยังคำพูดของร่างบางเมื่อครู่ที่ยังล่องลอยติดอยู่ในห้วงคำนึงของชายหนุ่มร่างสูง

ผม กับ นะฮะ



นาทีนี้เองที่ดวงตาสีฟ้าสวยของชายหนุ่มเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ





คนร่างบอบบางเมื่อกี้ผู้ชายหรือนั่น...

********[The End of Chapter 3]**********


edit @ 2007/09/22 01:22:43

Wind of Love [Saint Seiya Fanfic]

Chapter - 2 Scent of the Wind



สายลมสดชื่นยามเช้าพัดผ้าม่านสีฟ้าอ่อนไหวน้อยๆ พร้อมกับหอบกลิ่นหอมของยามรุ่งอรุณเข้ามาทักทายคนในห้องด้วย ทว่าในวันนี้เฮียวกะไม่ได้ซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มๆ รอคอยให้มารดาเดินมาปลุกเหมือนทุกวัน ตรงกันข้ามเขากลับนั่งเกร็งเขม็งอยู่บนเตียงคนเดียวเหมือนกับว่าเขานั่งท่านั้นมาเป็นเวลานานแล้ว




ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ...




เฮียวกะนอนไม่หลับเอาเลย เมื่อคิดว่าวันรุ่งขึ้นที่กำลังจะมาถึงคือวันครบกำหนดดูตัวที่อาของเขาบอกเอาไว้เมื่อ 3 วันที่แล้วนั่นเอง ชายหนุ่มร่างสูงจ้องนาฬิกาตาไม่กระพริบอยู่หลายหน จนเกือบจะเขวี้ยงมันออกไปไกลๆ จะได้ไม่มีเวลามาคอยผูกมัดเขาอีกต่อไป...แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครวิ่งหนีกาลเวลาได้




.กริ๊งงงงงง....



นาฬิกาปลุกของเขากรีดเสียงร้องก้องห้องนอน มือเรียวยาวที่ปกติมักจะกดปุ่มอย่างช้าๆ เช้าวันนี้กลับตบมันอย่างแรงดังป้าบราวกับว่าเป็นความผิดของมันที่ทำให้วันที่ 3 มาถึงในที่สุด!!!


เฮียวกะ ตื่นแล้วหรือยังลูก เสียงอบอุ่นใจดีดังขึ้นเหมือนเคย แต่สำหรับชายหนุ่มผมทองแล้วเสียงนี้กลับเป็นเสียงที่เขาอยากได้ยินเป็นเสียงสุดท้ายของวัน เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันถัดจากนาฬิกาปลุกว่าเช้าวันนี้มันมาถึงแล้วจริงๆ



เฮียวกะรีบซุกตัวลงในผ้าห่ม เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดแล้วมีคนเดินเข้ามาเขาก็รีบหลับตาแล้วทำท่าปวดหัวอย่างทรมานที่สุด แค่กๆๆ แม่ฮะ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเลย วันนี้ผมจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้นนะครับ



เหรอลูกเหรอ แย่จังเลยนะ มามะแม่จะวัดไข้ให้นะ เสียงแหลมแปลกๆ ดังขึ้นจากร่างคนที่ยืนข้างเตียง นายลูกเป็ดขี้อ้อนลืมตาขึ้นเร็วพอที่จะหลบกำปั้นที่พุ่งลงมาบนหน้าผากเขาด้วยความเร็วแสงได้อย่างเส้นย่าแดงผ่าแปด !!!


เฮ้ยยยยย!!!! เขาร้องเสียงกระโดดตัวลอยขึ้นนั่งบนเตียง แล้วก็พบว่าคนที่อุตริมาปลุกเขาเช้าวันนี้ไม่ใช่นาตาชามารดาผู้อารี แต่เป็น... เจ้าเซย์ย่า เพื่อนบ้าพลังม้า !!!!



ไอ้บ้า นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย เฮียวกะตะโกนลั่นห้อง นี่ถ้าเขาลืมตาช้ากว่านี้หน่อยหน้าผากเขาคงได้บุ๋มเป็นหลุมขนมครกแน่ เจ้าเพื่อนจอมถึกคนนี้ถึงแม้จะไม่มีหัวในด้านการใช้สมอง แต่ด้านกำลังนี่ไม่เคยแพ้ใคร



ที่นอกห้องมีเสียงหัวเราะเบาๆแว่วมา ที่แท้แม่ของเขายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงนั้นเอง



ตอนแรกแม่ก็ตั้งใจจะปลุกลูกเองนะจ๊ะ แต่ว่าเซย์ย่าเขารบเร้าจะเข้ามาดูเองให้ได้ แม่เลยต้องตามใจน่ะจ้ะ พูดจบแม่ก็เดินฮัมเพลงจากไปอย่างอารมณ์ดี จนเฮียวกะคิดว่าจริงๆแล้วเจ้าเซย์ย่านี่เป็นลูกคนที่สองของแม่หรือเปล่า เพราะไหนจะโผล่มาบ้านเขาแต่เช้าแทบทุกวัน กินอาหารนู่นนี่เปรม
ปรีทุกมื้อ บางทีก็เข้ามาเจ้ากี้เจ้าการจัดห้องให้เขาใหม่และคอยเอาตุ๊กตาเป็ดน้อยที่แม่ซื้อให้เขาตอนเด็กๆ ไปซ่อน (นี่เองที่มาของชื่อนายเป็ดอ้อนแม่) โดยที่แม่ของเขาจะหัวเราะท่าเดียว แถมอย่างสุดท้ายที่น่าเจ็บใจสุดๆ คือรบเร้าขออะไรก็ได้ (ไม่แน่ว่าแม่อาจจะจะยอมมันเพราะตัดรำคาญเหมือนกัน)



นายม้าบินมองหน้าเพื่อนแล้วหัวเราะคิกคัก ฉันก็มากำกับนายอีกรอบไง อาคามิวเขาเดาว่านายน่ะต้องวางแผนมารยาป่วยการเมืองแหงๆ ตอนแรกฉันก็อุตส่าห์เถียงแทนนายนะ แต่พอมาเห็นซีนเมื่อกี้ก็เชื่ออานายแล้ว อะไรจะเดาถูกเป๋งขนาดนี้ เจ้าลูกเป็ดอ้อนแม่เอ๊ยยยย ว้ากกก



โครมมม!!!



คราวนี้เซย์ย่าได้ลงไปนอนแอ้งแม้งที่พื้นด้วยลูกถีบมหาประลัยของหนุ่มผมทองหน้าหล่อจริงๆ หลังจากหลบทันเมื่อ 3 วันที่แล้ว แต่เจ้าตัวดูจะไม่มีอาการเจ็บปวดโอดครวญซักนิด กลับยันตัวขึ้นมามองเพื่อนรักแล้วบอกว่า อย่าอารมณ์เสียไปเลยน่า ไหนๆ วันนี้มันก็มาถึงแล้ว หนียังไงก็หนีไม่พ้นหรอก



มันไม่ให้กำลังใจตรูเลยนี่หว่า...



เฮียวกะถอนใจอย่างหนักหน่วง นายก็รู้นี่นาเซย์ย่า คราวนี้ฉันเป็นคนเลือกไอ้แฟ้มบ้าๆนั่นขึ้นมาเอง งานนี้อาคามิวหมายมั่นปั้นมือว่าฉันต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้แน่ๆ พูดจบเจ้าตัวก็ปั้นหน้าเครียดขึ้นมาอีกแล้วเดินวนไปวนมาเป็นเป็ดติดอยู่ในเล้า



เฮ่ย..เลิกเดินวนไปวนมาซะทีน่า ไปแต่งตัวเหอะ งานนี้มีคนรอดูนายเยอะนะโว้ย อุ๊บบบบบ พูดออกมาแล้วเจ้าตัวก็ตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน แต่ก็ช้าไปเสียแล้วเพราะอีกฝ่ายถลามาหาเขาทันที


นายว่าอะไรนะ!!!!


แหะๆ จริงๆ อามิโร่เขาห้ามฉันไม่ให้บอกใครนะเนี่ย กะจะให้นายเซอไพรซ์ซะหน่อย แล้วเขาก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง แต่เฮียวกะคว้าไหล่เพื่อนไว้ทันที บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงอย่างรู้สึกได้



มีอะไรบอกมาให้หมดนะเจ้าเซย์ย่า ไม่งั้นศพนายเละแน่ นายเป็ดขู่ฟ่อ เล่นเอานายม้าบินหน้าซีดลงถนัดใจ เพราะดูหน้าเพื่อนแล้ว..ท่าทางจะเอาจริง



เง้อ..ก็ไม่มีอะไรหรอก แบบว่าหลังจากที่นายเลือกคู่วันนั้นอามิโร่ก็ไปพูดไว้ทั้งบริษัทเลยว่าหลานชายของคามิวเลือกเจ้าสาวได้แล้ว..แล้ว...



แล้ว... เฮียวกะต่อท้ายเสียงอย่างมาดหมาย รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันทีทันใด



แล้วบรรดาผู้บริหารทั้งหลายก็ตกลงใจว่าจะหยุดงาน 1 วันมาเข้าพิธีดูตัวร่วมกับนาย..



อะไรน้า !!!!!! เฮียวกะร้องลั่นอีกรอบ เขาคลายมือที่ยึดเซย์ย่าเนื่องจากความช็อคเกินขนาด ทำให้อีกฝ่ายได้โอกาสทองวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่ก่อนที่จะพ้นประตูห้องไปคนผมน้ำตาลก็เหมือนจะนึกอะไรได้เลยโผล่หน้าเข้ามาอีกรอบ



ครือว่า..ไม่แค่ผู้บริหารนะ ลุงโดโกกับลุงชิออนก็ได้ข่าว ทั้งสองเลยจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวเจ้าสาวตอนเย็นให้นายด้วย !!!! จบคำเขาก็วิ่งปรู๊ดออกไปทันที ทิ้งให้เฮียวกะยืนเดียวดายเหมือนซากไม้แห้งตาย



...ทุกคนมากันหมด..แม้แต่ลุงโดกับลุงชิออน...งานเลี้ยงเปิดตัวเจ้าสาว...



โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย และแล้วเช้าอันสดใสของบ้านเฮียวกะถูกทำลายลงด้วยเสียงร้องโหยหวนของนายเป็ดเจ้าของบ้านนี่เอง






ตาย ตาย ตาย ตายแน่ๆ !!!!!!!

*******************************

เสียงเดินของผู้บริหารหน้าใหม่ระดับบรอนซ์คลาสวันนี้กระทืบหนักกว่าที่เคยจนพื้นหินอ่อนสวยๆ ปริแตกใบหลายแผ่น หนุ่มหล่อผมทองแผ่รังสีอำมหิตไปทั่วตั้งแต่โดนเจ้าเซย์ย่าลากลงจากรถมาแบบทุลักทุเลสุดๆ


มาถึงนี่แล้วน่า เป็ดเอ๊ย เครียดไปก็ใช่ที่น่า โอ๊ะ!!! นั่นแซนด์วิชขนาดจัมโบ้นี่นา หากินยากนะเนี่ย ว่าแล้วมัน(เริ่มเปลี่ยนสรรพนาม) ก็วิ่งโผเข้าหาอาหารอีกตามเคย เฮียวกะเริ่มฉุกคิดขึ้นมาว่าบางทีที่เจ้าจอมตะกละนี่ยอมไปลากเขาลงจากเตียงทุกวันช่วงนี้มันต้องมีอะไรแอบแฝงสักอย่าง บางทีอาคามิวของเขาต้องติดสินบนอะไรแหงๆ



แต่ตอนนี้ช่างมันก่อนเถอะเรื่องนั้น หนุ่มร่างสูงเดินลิ่วๆ ต่อไปยังห้องของตน อย่างน้อยเช้าวันนี้เขาก็ขอนั่งคิดอะไรเครียดๆ ไปคนเดียวดีกว่า ไม่อยากเจอใครอีกแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม...


แอ๊ด...



ดั่งอาเทน่าจะเป็นใจ ทันทีที่เขาคิดอย่างนั้น ประตูบานใหญ่ทางซ้ายก็แง้มออกมาทันที



โพละ!!!! เปรี้ยง !!!!



ประทัดหลายอันระเบิดกลบเสียงร้องตกใจของเขาและสายรุ้งพุ่งปราดออกมาจากห้องใหญ่นั่นพันหัวหูเขายุ่งไปหมดก่อนที่คนกลุ่มหนึ่งจะถลาออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น เหล่าผู้บริหารจอมอู้ที่ยกเรื่องดูตัวของเขามาอ้างเพื่อจะหยุดงานนั่นเอง !!!



ไงเฮียวกะ..มาแต่เช้าเชียวนะ คนที่ทักคนแรกคือคามิว วันนี้เขาใส่สูทสีน้ำทะเลเข้ากับสีผมยาวสลวยพร้อมทั้งติดเข็มกลัดเต็มยศ เฮียวกะได้แต่คิดในใจว่าก็อานั่นแหละที่ส่งไอ้ม้าบ้านั่นไปลากผมมา ไม่ต้องมาทำแปลกใจเลย!!!




มิโร่เดินเข้ามาบ้าง แล้วจับตัวเขาหมุนเสีย 4-5 รอบ แหม..วันนี้ดูดีจริงๆนะเรา สงสัยคราวนี้จะมี
ข่าวดีจริงๆซะทีละ เสียดายนะที่มันปุบปับไปหน่อย พวกอาๆ เตรียมตัวกันแทบไม่ทันเลย เฮอะ จริงๆแล้วคนที่เที่ยวโพนทะนาไปทั่วน่ะมันอามิโร่ไม่ใช่เหรอไง ยังมีหน้ามาบอกเตรียมตัวไม่ทัน ใครเชื่อก็บ้าแล้ว ไหนจะยังประทัดพวกนี้อีกกกกก (ยังไม่นับสายรุ้งที่พันเต็มตัวเขา มิโร่ยังจะชมว่าเขาดูดีอีกหรือเนี่ย)



ไปดีมาดีล่ะเฮียวกะ ชายหนุ่มร่างสูงสง่า ผมสีน้ำตาลเข้มนามไอโอรอสอวยพรอย่างเคร่งขรึม สำหรับเฮียวกะแล้วเขารู้สึกว่าอาคนนี้แหละที่ดูอยู่กับร่องกับรอยที่สุด ไม่เหมือนกับ...



พลั่ก !!!




นั่นยังไงว่าแล้วเชียวววววว คิดถึงก็มาพอดี ฝ่ามือหนาหนักตบผัวะลงกลางหลังเขาอย่างแรงมากทีเดียว เล่นเอาเป็ดน้อยเซไปข้างหน้าหลายก้าวก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะประหลาดดังขึ้นข้างหลัง


ฮ่าๆๆๆๆ ในที่สุดเฮียวกะของเราก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาซักทีนะ อาไอโอเรีย น้องชายของไอโอรอสพูดเสียงดังลั่น สีหน้าดูสุขสันต์อย่างกับว่าตัวเองเป็นเจ้าบ่าวกำลังจะเดินเข้าประตูวิวาห์ยังไงยังงั้น


นายไปไหนมาน่ะไอโอเรีย อุตส่าห์บอกแล้วไงว่าให้ซุ่มอยู่ในห้องด้วยกัน คอยเซอไพรซ์เจ้าเฮียว กะ มิโร่ถามขึ้นมา ซึ่งคำตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะเบิกบานอีกหนึ่งตลบ



พอดีเจ้าเซย์ย่ามันโทรมาชวนไปกินคลับแซนด์วิชน่ะ ของวันนี้ใหญ่จัมโบ้เลยนา ฉันกะจะไปแค่แว่บเดียว ไปๆมาๆ ติดลมกินกับเจ้านั่นจนหมดถาดเลย พูดจบแล้วเขาก็หัวเราะฮ่าๆ ต่อไป พระเอกของเราไอ้แต่คิดว่าที่ไอโอเรียเป็นอย่างนี้ก็เพราะเซย์ย่าเองหรือนี่ ไม่น่าเล้ยยย


อ่า..งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ เฮียวกะได้ช่องรีบสอดทันทีแล้วเขาก็พยายามเดินหลบเลี่ยงกลุ่มอาๆ ที่ดูมีความสุขเกินเหตุออกมา แต่เขาก็โดนคว้าหมับเข้าให้ที่แขนทั้งสอง!!


ฝาแฝดหล่อสะท้านภพ ซาง่ากับคาน่อนนั่นเอง วันนี้ทั้งสองก็ยังดูดีไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังแต่งตัวเหมือนกันตั้งแต่หัวจรดเท้า เวลายืนข้างกันมองผ่านๆ แล้วเหมือนเป็นภาพสะท้อนในกระจกเลยทีเดียว แถมทั้งสองคนยังแจกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขาพร้อมกันเสียอีก



หนีไม่พ้นหรอก..เฮียวกะ



จบคำแสงแฟลชก็กระพริบแชะๆๆๆๆ ที่ข้างหน้าจนเขาตาลายไปหมด เมื่อมองดีๆจึงได้เห็นว่าท่านลุงโดโกประธานบริษัทวันนี้ใส่ชุดยูกาตะลายเสือโคร่งงามสง่ายืนขวางเขาอยู่ ในมือมีกล้องโพลารอยด์รุ่นบุกเบิกเซ็ตไว้เตรียมพร้อมเต็มที่



ไปไหนไม่ได้หรอกน่า งานแบบนี้มันต้องถ่ายรูปเก็บไว้เยอะๆ โฮ่ๆๆๆๆ


ว่าแล้วรูปถ่ายของเขาที่ถูกแอบถ่ายซึ่งๆ หน้าเมื่อกี้ปลิวกระจายไปทั่วทางเดิน บรรดาอาๆ รีบคว้าไปดูแล้ววิจารณ์ต่างๆนานา ว่าเขาทำหน้าประหลาดบ้างละ สูทสีฟ้าน้ำแข็งของเขายับไปบ้างละ หน้ามันบ้างละ ก่อนจะลากเขาเข้าห้องไปแต่งตัวใหม่ให้เรี่ยมเร้เรไรกว่าเก่า



โธ่...ปล่อยผมไปเถอะนะคร้าบบบบบ เฮียวกะโอดครวญอย่างน่าสงสารก่อนจะวิ่งหนีออกมาจากห้อง แล้วมาเจอกับลุงชิออน ประธานแรกเริ่มของบริษัทที่หน้าเด็กไม่แพ้คนอื่นๆ ยืนนิ่งอยู่นอกห้องในชุดกิโมโนสีดำไฮโซลายซากุระบานสะพรั่ง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มถลาออกมาก็เอื้อมมือมารับตัวไว้แล้วบอกเขาว่า ลุงเข้าใจเฮียวกะ ถ้าไม่อยากถ่ายรูปก็ไปพักเถอะนะ



โอ้..นี่สิที่เราต้องการ ขอบคุณอาเทน่า !!!!



เฮียวกะแทบจะกอดขอบคุณท่านลุงแล้ววิ่งออกไป แต่แค่พ้นห้องมาไม่กี่ก้าว เสียงดังๆ ของโดโกก็ลอยแว่วมาว่า มาช้าจริงชิออน กล้องวีดิโอทั้งหมดในห้องดูตัวที่ฉันสั่งไปสแตนบายเรียบร้อยแล้วใช่ไหม


ง่ะ !! นี่หรือคือความจริง เป็ดน้อยที่น่าสงสารแทบจะเอาหน้าหล่อๆ ไถพื้นประชดชีวิต แม้แต่คนที่นิ่งๆ อย่างลุงชิออนก็เป็นไปกับเขาด้วย !!!



เกลียดการดูตัวที่สุดเล้ยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!


เฮียวกะร่ำร้องในใจก่อนจะจ้ำเข้าไปในห้องของตัวเองให้เร็วที่สุด...

******************


ภายในห้องของเฮียวกะที่อุณหภูมิลดต่ำไม่แพ้ห้องของคามิว แต่เขาเลือกที่จะปรับผนังห้องให้เป็นกระจกใสทั้งหมดเพื่อความปลอดโปร่ง ตอนนี้มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว 1 คน ชายหนุ่มผู้นั้นหันมาทันทีที่เจ้าของห้องผลักประตูเข้ามา



ชิริว!!! หนุ่มผมทองทักอย่างดีใจเมื่อเห็นเพื่อนซี้อีกคนอยู่ที่นั่น กลับมาจากไปเที่ยวกับชุนเรแล้วเหรอ



ใช่แล้ว เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี่เอง ลงเครื่องแล้วรีบมาหานายเลยนะเนี่ย ชิริวตอบด้วยรอยยิ้ม ท่าทางเขาคงรู้ข่าวดูตัวแล้วเหมือนกันเพราะว่าเล่นใส่สูทมาเต็มที่ สูทของหนุ่มผมยาวดำสลวยเป็นสีเขียวเข้มเหมือนเกล็ดมังกร เขามองสำรวจเฮียวกะขึ้นๆลงๆ สองรอบก่อนตั้งข้อสังเกต ว่าแต่..นายดูไม่ค่อยดีเลยนะคราวนี้ ทุกทีจะดูตัวไม่เห็นนายจะเครียดขนาดนี้นี่นา ไม่ชอบยังไงนายก็ปฏิเสธได้อยู่แล้วน่า



เฮียวกะเลยต้องเล่าการตัดสินใจบ้าๆ นั่นให้ชิริวฟังอีกรอบทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่อยากนึกถึงความงี่เง่าของตัวเองตอนนั้นเลย



หนุ่มผมยาวฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าปลอบใจเขา แต่อยู่ๆเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ไม่แน่นะ เฮียวกะ บางทีที่นายหยิบแฟ้มอันนั้นขึ้นมามันอาจเป็นพรหมลิขิตก็ได้นา



พรม..อะไรนะชิริว อย่าบอกนะว่าไปเที่ยวมารอบโลกแต่ดันซื้อพรมเช็ดเท้ามาฝากเพื่อนน่ะ เสียงกวนๆ ของเซย์ย่าทะลุกลางปล้องขึ้นก่อนที่ตัวจะเดินพ้นประตูห้องเข้ามาเสียอีก



พรมเช็ดเท้าบ้าบออะไรของนาย ชิริวหันไปดุ ฉันกำลังพูดถึงพรหมลิขิตเฟ้ย



เฮ้ย อย่างนายเนี่ยสนใจเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เซย์ย่าร้องลั่น ส่วนคนพูดนำก็ทำหน้าซาบซึ้งก่อนจะพูดต่อ ชุนเรเขาสอนฉันน่ะสิ ไปเที่ยวคราวนี้ดีจริงๆ ทำให้เราสองคนสนิทกันมากขึ้น.. แล้วเขาก็หมดอารมณ์รำลึกความหลังเมื่อเห็นเซย์ย่าแค่ผงกหัวหงึกหงักเป็นการตอบสนองพอเป็นพิธี ก่อนจะล้วงถุงขนมที่ซุกไว้ในกระเป๋าสูทออกมาฉีก


ไปเที่ยวกับคนรักนี่ดีนะ.. เฮียวกะเปรยขึ้นมาลอยๆ ทำเอาชิริวหน้าแดงไปวูบหนึ่งก่อนจะกระแอมกระไอเปลี่ยนเรื่อง


เออ..ชุนเรเล่าเรื่องเล่าเก่าๆ ให้ฉันฟังด้วย เช่นเรื่องสายลมแห่งรักน่ะ.. เสียงเล่าเคลิ้มฝันของเขาโดนเสียงหัวเราะก๊ากลั่นห้องของเจ้าม้าบ้าขัดขึ้นอีกครั้ง



โอ๊ยยย จะขำตาย ถัดจากพรมปลาสลิด ก็มีสายไหมแห่งรัก ฮ่าๆ นายนี่ไปกันใหญ่แล้วจริงๆด้วย แอ๊กกกกกก


โครมมมม!!!!!!



ม้าเคราะห์ร้ายโดนหมัดมังกรผงาดเสยเข้าไปเปรี้ยงเบ้อเร่อ เล่นเอาเจ้าตัวกลืนขนมทั้งถุงลงคอไปเลย ฉันบอกว่าสายลมเว้ย ไอ้คนสนใจแต่เรื่องกินแบบนายเนี่ยถ้าไม่ช่วยออกความเห็นก็นั่งเงียบๆไปเลยไป!!!



แล้วหนุ่มหล่อสองคนก็หันมาคุยกันต่อ ตอนนี้เฮียวกะเริ่มสนใจฟังเรื่องเล่าของชิริวขึ้นมาเพราะเขาเห็นว่าตอนนี้หาทางคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด จะได้ไม่เครียดเรื่องการดูตัวที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่นาทีนี้



นายว่าเรื่องสายลมแห่งรักนี่เป็นยังไงเหรอ




อืม..ฉันก็จำไม่ค่อยได้นะ มันเป็นตำนานเก่าของหมู่บ้านเล็กๆน่ะ รู้สึกว่าจะประมาณว่า..เวลาคนที่เป็นคู่แท้มาพบกัน...จะมีสายลมหอบหนึ่งพัดมา ซึ่งลมนั้นเป็นคำอวยพรที่ส่งมาจากเทพเจ้าที่เบื้องบนไงล่ะ..ไม่แน่นะ คู่ดูตัวของนายวันนี้อาจจะเป็นคู่แท้พระเจ้าสั่งมาก็ได้



เฮียวกะยักไหล่อย่างปลงๆ ถ้ามันเป็นอย่างที่นายพูดได้ก็ดีหรอก ฉันจะได้ไม่ต้องไปเจอการดูตัวบ้าๆบอๆที่ไหนอีกแล้ว



ดังนั้นนายก็เลิกเครียดเถอะเฮียวกะ อีกไม่กี่นาทีก็รู้แล้วน่า เธอคนนั้นอาจจะเป็นเนื้อคู่นายก็ได้นะ



คำพูดของชิริวทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว หนุ่มผมทองจึงคลี่ยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกของวัน ขอบใจนะชิริว ฉันจะไม่คิดมากแล้วละ



นาทีถัดมาก็มีพนักงานเดินเข้ามาเชิญตัวเฮียวกะและพวกไปที่ห้องดูตัว (สุดท้ายชิริวก็ต้องลากเซย์ย่าเดินไปตลอดทาง) ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาจากห้องของตนอย่างเรียบร้อยชนิดที่ว่าแทบจะเป็นคนละคนกับที่เดินคอตกเข้าไปเลยทีเดียว



เมื่อเขามาถึงหน้าห้องดูตัว เพื่อนรักผมยาวก็ตบบ่าให้กำลังใจเขาก็ที่เขาจะผลักประตูเข้าไป

สายลมแห่งรักจะมีจริงรึเปล่านะ เฮียวกะคิดเล่นๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดกว้างออกและพบกับ..



ลมหอบหนึ่งพัดปะทะหน้าเขาอย่างแรงพร้อมกับกลิ่นหอมแสบจมูกจนเกือบทำเขาสำลัก!!!!





เฮียวกะมาแล้ว!!! เขาได้ยินเสียงลุงโดโกพูดเสียงดังลั่นห้องก่อนที่ตาพร่าๆ ของเขาจะจับต้องร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่ด้านข้างท่านลุง ก่อนที่ปากสีแดงสดนั้นจะพูดขึ้นว่า










ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเฮียวกะ ดิฉันพิสเซส อะโฟรดิเต้

!!!!!!!!!!!!!!!!!



*********[The End of Chapter 2]*******************

*ฟิคฟูจังเรื่องนี้ เจ๊อะโฟรดิเต้แกเป็นผู้หญิงนะค้า เหอๆ

edit @ 2007/09/22 01:22:25


edit @ 2007/09/23 13:57:48