สงกรานต์ไปเที่ยวไหนกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย
ฟูจังเล่นสงกรานต์ที่บ้านตามปกติทุกปี แต่ปีนี้อยากแต่งฟิคขึ้นมาซะอย่างนั้นค่า เลยขอแต่งฟิคฉลองเทศกาลสงกรานต์ให้เหล่าเซนต์มาสาดน้ำกันมั่งเน้อ
ตอนแรกกะแต่งสั้นๆ แต่มันก็ออกมายาวจนได้ เหอๆ - -'' ยังไงถ้าพี่น้องอ่านแล้วขอให้เม้นบอกหน่อยนะค้า ><!!
ลองอ่านดูเน้อ
[ShortFic Songkran's Festival] วันสาดน้ำของเหล่าเซนต์
บนลานหินร้อนๆ กลางแซงค์ทัวรี่ เช้าวันนี้เต็มไปด้วยเหล่าโกลด์เซนต์แห่งสิบสองปราสาทที่หน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร แต่มาบัดนี้แต่ละนายแทบจะทิ้งมาดร่างจำแลงรูปงามนั้นไปหมดแล้ว เนื่องจากอากาศที่ร้อนผิดปกตินั่นเอง
“โอ๊ยยยยยยย ฉันจะละลายตายตรงนี้อยู่แล้วนะ!” คนแรกที่อดรนทนไม่ได้ ตะโกนก้องออกมาอย่างเสียจริตก็คือไอโอเรียเจ้าเก่า ปกติแล้วโกลด์เซนต์ราศีสิงห์จะเป็นบุรุษผู้มีความอดทนเป็นเลิศระดับต้นๆ ของแซงค์ แต่ในวันอากาศร้อนเช่นนี้ ราชสีห์ก็กลายเป็นแมวไปได้ ดูจากเครื่องแต่งกายที่น้อยชิ้นที่สุดอย่างกางเกงขายาวกับเสื้อกล้ามชุ่มเหงื่อ ซึ่งถ้าไม่เกรงใจคนอื่นๆ เจ้าตัวคงทอดเสื้อเขวี้ยงทิ้งไปเสียนานแล้ว
“นั่นสิ ฉันเองก็ชักจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” ชูร่าพูดขึ้นมาอย่างอ่อนระโหย พลางซับเหงื่อบนใบหน้าไปด้วย
คนอื่นๆ ก็พากันแสดงอาการหมดแรงพอๆ กัน พลางคิดว่าเหตุใดหนอพวกตนต้องมาทนทรมานกรำแดดแต่เช้าปานนี้
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อเย็นวาน เคียวโกซาง่า รีบร้อนมาบอกทุกคนว่าเช้าวันรุ่งขึ้นอาเทน่าจะเรียกประชุมด่วนเรื่องสำคัญแต่เช้า ดังนั้นไม่ว่าใครจะมีธุระอะไรให้ยกเลิกตลอดทั้งวัน
พวกเขาทั้งหลายจึงมารวมตัวกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ จนตอนนี้...
“นี่มันจะเก้าโมงแล้วนะ” อะโฟรติเด้ส่งเสียงแว้ดมาจากมุมหนึ่งของลานที่พอจะมีร่มเงาอยู่บ้าง โกลด์เซนต์ราศีมีนดูเหมือนจะรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จึงเอาเสื่อ หมวกปีกกว้าง ร่มกอล์ฟ มาเตรียมพร้อม แถมยังแบ่งพื้นที่ให้กับคามิวและมูอีกด้วย
“จะว่าไป...” ชากะผู้นั่งซับเหงื่ออย่างใจเย็นที่อีกมุมหนึ่งเอ่ยขึ้นมาช้าๆ “ซาง่าหายไปไหนล่ะ”
จบคำของผู้ตั้งข้อสังเกต ทุกคนก็ฮือกันออกมาทันที พรางตามหาตัวเคียวโกกันให้ควั่ก เพราะอย่างน้อยถึงวันนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาก็ไม่ยอมร้อนกันฟรีโดยโกลด์เซนต์เจมินี่รอดตัวไปได้แน่
“คาน่อน พี่แกไปไหน!” มีโร่หันมาเอาเรื่องกับแฝดผู้น้อง
“จะไปรู้เรอะ” คาน่อนสวนกลับ ร้อนๆ แบบนี้คิดอะไรก็ไม่ออกแล้ว
ก่อนที่โกลด์เซนต์ทั้งหลายจะโวยวายให้แซงค์แตกไปมากกว่านี้ บุคคลสองคนก็ปรากฏกายขึ้น อาเทน่าและซาง่านั่นเอง
“เอ้าๆๆ ทำไมเสียงดังยังงี้ พวกนายอยู่กันเงียบๆ ไม่เป็นรึไง” ท่านเคียวโกร้องเสียงลั่น
สิ้นเสียงปรามของผู้ที่หายตัวไปตลอดเช้า โกลด์เซนต์ที่เหลือก็ส่งเสียงโวยวายกันแซ็งแซ่ ประมาณว่าเพราะเจ้านั่นแหละ พวกเราถึงต้องมาอยู่ที่นี่ แล้วก็ดันหายตัวไปหลบร้อนที่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ ละก็ พวกเขาจะ... ฯลฯ
“เอาละๆ ทุกคน” อาเทน่าลุกขึ้นยืนกล่าวด้วยเสียงกังวาน ทำเอาทกคนเงียบเสียงลงโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากอาเทน่าเป็นบุคคลที่อยู่ในฐานะ “ห้ามหือด้วยประการทั้งปวง”
“พวกท่านรู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันอะไร” อาเทน่าถามยิ้มแย้ม แต่ทุกคนที่ได้ฟังก็เอ๋อสนิท เพราะคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่า ท่ามกลางอากาศร้อนเปรี้ยงเดือนเมษาอย่างนี้จะมีวันสำคัญอะไรได้
“เฮ้อ! ดูท่าพวกโกลด์เซนต์จะอุดอู้อยู่แต่ในแซงค์นานเกินไปจริงๆน้า” เสียงห้วนๆ กวนโสตประสาทดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของอาเทน่า ก่อนที่สายตาทุกคู่ของเหล่าผู้ที่ถูกหาว่าทำตัวอุดอู้จะมองไปยังกลุ่มผู้มาเยือน ซึ่งเจ้าของเสียงนั้นคือนายเพกาซัส เซย์ย่า นั่นเอง ตามมาด้วยเหล่าบรอนซ์เซนต์ทั้งขบวน
ไอโอเรียร้องเสียงดังเฮอะเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือเซย์ย่า เพราะคิดว่าไม่มีอะไรที่เจ้ากะจั๊วนี่จะรู้มากไปกว่าเขาเป็นแน่ “โฮ่ หรือว่าเจ้าจะรู้ เซย์ย่า”
“อ๊ะ แน่นอน” บรอนซ์เซนต์ลอยหน้าลอยตาตอบ “ชิริวบอกฉันว่า...”
“โธ่เอ๋ยยยยยยยยย ชิริวบอกนายว่า.....” ไอโอเรียลากเสียงอย่างเยาะเย้ย ทำเอานายม้าบินแทบฟิวส์ขาดเลยทีเดียว อาเทน่าจึงพูดตัดบทขึ้นเสียก่อน
“คือว่าชิริวเพิ่งไปเที่ยวเมืองไทยมา แล้วบอกว่า ช่วงเวลานี้ของปีจะมีประเพณีเล่นน้ำกันน่ะ ฉันจึงคิดว่าเราน่าจะเล่นกันบ้าง”
“อ้อ” ปู่โดโกร้องขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้ “สงกรานต์นั่นเอง”
โกลด์เซนต์ที่เหลือร้อง “อะไรเหรอ???” ขึ้นมาพร้อมๆ กัน โดโกผู้ผ่านโลกมามากมาย ด้วยประสบการณ์สองร้อยกว่าปีจึงทำหน้าที่วิทยากรจำเป็นอธิบายเรื่องประเพณีสงกรานต์ของไทยอย่างคร่าวๆ รวมถึงว่าเขาเล่นสงกรานต์กันอย่างไรด้วย
“เทศกาลสาดน้ำเหรอเนี่ย น่าสนุกแฮะ” คาน่อนที่นิ่งฟังมาเรื่อยๆ ตาโตอย่างเห็นสนุก ไอโอเรีย และมิโร่ก็เห็นอย่างเดียวกัน
“แต่เราจะไปประเทศไทยกันยังไงล่ะ ไกลไม่ใช่น้อยนะนั่น” เดธมาสก์เอ่ยขึ้นมาบ้าง ชั่วครู่นั้นทุกคนหวังขึ้นมาวูบหนึ่งว่าอาเทน่าจะแจกโบนัสข้ามประเทศ
“อย่าคิดอะไรลมๆ แล้งๆ เลยท่าน” อาเทน่ายิ้มเย็นๆ เล่นเอาเหล่าโกลด์เซนต์เหี่ยวกันเลยทีเดียว “แต่เราเล่นกันที่นี่ได้นี่นา”
เหล่ารับรบแห่งแซงค์ทัวรี่พากันร่าเริงขึ้นมาทันที
“แต่เราเล่นยังไงละ อุปกรณ์อะไรก็ไม่มี” อัลเดบารันถามขึ้น ตอนนี้เองเซย์ย่าก็หัวเราะราวกับตัวเองเป็นพระเอกที่โผล่มายามคับขัน “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เราจัดให้ทุกท่านแล้ว แต่นแต๊น~” แล้วนายม้าบินก็ผายมือไปให้เห็นว่าลังใหญ่ๆ ที่ชิริวและเฮียวกะ แบกมานั้นเต็มไปด้วยขันขนาดต่างๆ และปืนฉีดน้ำสีสันสดใส ทำเอาโกลด์เซนต์แต่ละนายตื่นเต้นราวกับกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
“มีเสื้อผ้าให้ด้วยนะฮะ” ชุนยิ้มหวาน พลางหยิบเสื้อผ้าสีสันแสบตาที่พี่ชายของตนแบกมาจากคฤหาสน์คิโดะ หลังจากที่ทัตสึมิไปกว้านซื้อมาจากแถวประตูน้ำ ทุกคนก็ทั้งฮือฮาและอึ้งๆ กับลายดอกชบาสีสันจัดจ้าน เหล่าทโมนเห็นเสื้อแบบใหม่ๆ ก็เฮละโลมาคว้าไปคนละตัวสองตัว ส่วนเหล่าโกลด์เซนต์สาวๆ (?) ก็พากันมาดูๆ อย่างสนใจ
“เสื้อมันสีจี๊ดมากเลยนะเนี่ย จะเข้ากับฉันไหมนะ” อะโฟรว่าพลางหยิบเสื้อเล่นสงกรานต์ลายชบาสีส้มท้าลมร้อนขึ้นมาทาบกับตัว
“ฉันว่ามันสดใสดีออก” มูพูดขึ้นอย่างร่าเริง ร่างบางเริ่มสวมเสื้อชบาสีชมพูเข้ากับสีผมของตน ทำเอาอัลเดบารันที่ยืนอยู่ใกล้ๆ มองค้างไปเลยทีเดียว
“ยังมีสีฟ้าเหลือไหม” คามิวถามขึ้นเมื่อเห็นว่าโกลด์เซนต์คนอื่นดูจะครอบครองสีโปรดของเขาไปหมดเสียแล้ว แต่ตอนนั้นเอง อาเทน่าก็เดินมาหา
“คามิว ท่านไม่ต้องใส่เสื้อชบานี่หรอก” นายหญิงแห่งแซงค์ทัวรี่ยิ้มให้โกลด์เซนต์ราศีกุมภ์ที่ทำหน้าฉงน “ใส่ชุดนี้ดีกว่า” แล้วก็หยิบชุดไทยสไบฟ้าขึ้นมาอวด “เพราะทั่นคือเทพีสงกรานต์!!!!”
“อะไรน้า!!!!!” คามิวร้องเสียงหลง โดโกจึงเดินมาอธิบายอีกหนว่าในประเพณีสงกรานต์จะต้องมีเทพีสงกรานต์ด้วย โดยจะใส่ชุดไทยสวยงามแห่ไปรอบเมือง
“ร...รอบเมืองเชียว...” โกลด์เซนต์น้ำแข็งผู้เด็ดเดี่ยวแทบลมใส่
“ข้าไปแทนก็ได้น้า” อะโฟรอาสาอย่างเต็มใจสุดๆ
“ไม่ได้ๆ” ซาง่าบอก “เนื่องจากงานสงกรานต์มันเกี่ยวกับน้ำ เราจึงเห็นว่าโกลด์เซนต์อะควอเรียสน่าจะเหมาะกับตำแหน่งนี้ที่สุด” เล่นเอาอะโฟรหน้ามุ่ยพลางบ่นว่า อย่าให้มีประเพณีสาดกุหลาบบ้างแล้วกัน อะโฟรดิเต้คนนี้จะยอมให้เอาไปแห่ทั่วกรีซเลย
หลังจากคามิวถูกชุนลากไปแต่งตัวแล้ว ทั้งหมดก็ยังชุมนุมกันเพื่อหาอาสาสมัครแบกเสรี่ยงแห่เทพีสงกรานต์
“เราต้องการสี่คน”
“ฉันเอง!!!!” มิโร่ชูแขนขึ้นมาเป็นคนแรก
“ไม่ได้!” ซาง่าสวนทันที
“ทำไมอ้ะ!!!!”
“นายมันไม่น่าไว้ใจ” ซาง่าตอบหน้าตาเฉย “ ฉันกลัวว่าเทพีสงกรานต์จะหายไปซะก่อนงานจะเลิกน่ะเซ่ นายเล่นน้ำอยู่แถวนี้น่ะดีแล้ว” จบคำเคียวโก ทุกคนก็กลั้นเสียงหัวเราะแทบไม่ทัน เพราะซาง่าช่างตามทันเหตุการณ์จริงๆ แค่จะเอาคามิวไปแต่งตัว มิโร่ยังอาสาจะไปเฝ้าหน้าห้อง ขืนแบกเสรี่ยงไปตลอดงาน คงไม่มีสมาธิแหงๆ
“เอาล่ะ ตัดมิโร่ไปหนึ่ง คนอื่นมีใครจะไปไหม” ซาง่าถามต่อ แต่ทุกคนก็พากันเงียบกริบ ก็เพราะว่าทุกคนอยากจะเล่นน้ำกันทั้งนั้นนี่นา!
“ไม่มีเลยเรอะ อาสาสมัครน่ะ พวกนายมีสปิริตกันบ้างมั้ย?” ซาง่าเริ่มแปลงร่างเป็นว้ากเกอร์โดยสัญชาตญาณ ทำให้พวกที่ฟังเริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วคนแรกก็ยกมือขึ้นมา
“ฉันไปเอง” แคปริคอร์น ชูร่า นั่นเอง! เรื่องสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เขาไม่เคยแพ้ใคร
“ถ้าชูร่าไป ฉันไปด้วยก็ได้” ไอโอรอสเอ่ยยิ้มๆ พลางเดินไปหาโกลด์เซนต์แพะทะเลอย่างร่าเริง
“อีกสองคน” ซาง่าเอ่ยกังวาน “ถ้าไม่มีข้าจะจับสลากนะ” แล้วเคียวโกก็หยิบกระปุกจับสลากขึ้นมา ราวกับเตรียมมาไว้นานแล้ว ร่างสูงเขย่ากระปุกเล็กน้อย ก่อนจะล้วงกระดาษรายชื่อออกมาใบหนึ่ง
“คนต่อไป อาริเอส มู!”
“ฉ...ฉันเหรอ” มูเอ่ยเสียงอ่อยอย่างเสียขวัญ นี่เขาต้องแบกเสรี่ยงหนักๆ ทั้งวันเหรอเนี้ย!
“ไม่ต้องหรอก” เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขึ้น “ฉันแบกแทนมูเอง” อัลเดบารันนั่นเอง ตอนแรกโกลด์เซนต์ทอรัสตั้งใจจะเล่นสงกรานต์ให้สนุกเหมือนกัน แต่เมื่อได้รู้ว่ามูต้องลำบากทั้งวัน ความสนุกก็หมดไปแทบจะทันที ซึ่งความเสียสละในครั้งนี้ได้รับคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มจากอีกฝ่าย จนอัลเดคิดว่าเขามีกำลังวังชาพอจะแบกเสรี่ยงวิ่งได้เลยเชียว
“อีกคนเดธมาร์กก็แล้วกัน” ซาง่าสรุป เล่นเอาเดธมาร์กร้องจ๊าก
“ทำไมเป็นฉันละฟระ!!!”
“นายโหวงเฮ้งให้น่ะ” เคียวโกตอบหน้าตาย เล่นเอาทุกคนฮาครืน แช่มได้แต่กล้ำกลืนรับมติประชาชนในที่สุด
จากนั้นก็มีเสียงฮือฮามาจากอะโฟรดิเต้ที่ยืนอยู่หน้าห้องแต่งตัว
“คามิว! นายดูดีมากกกกกกกกก!!!” เสียงสูงปรี๊ดนั้นดึงสายตาทุกคู่ โดยเฉพาะมิโร่นั้นแหวกกลุ่มเพื่อนไปอยู่ข้างหน้าเลยทีเดียว แล้วแทบทุกคนก็...อ้าปากค้างพร้อมๆ กัน
อะควอเรียสคามิว บัดนี้ปรากฏกายในชุดไทยสไบเฉียงสีน้ำเงินที่ขับผิวสีขาวนวลของเจ้าตัวจนดูเปล่งปลั่งจับตา ทั้งยังมีเครื่องประดับผมสีแดงที่รวบสูงเผยต้นคอขาว และกำไลต้นแขนทองคำสุกปลั่ง ร่างบางกรุ่มด้วยกลิ่นน้ำอบน้ำปรุง ราวกับเป็นเทพีท่องลงมาจากฟากฟ้าก็ไม่ปาน
“ซาง่า!!!!” มิโร่ร้องด้วยความร้าวราน “ไหว้ละ ให้ฉันแบกเสรี่ยงเหอะน้า!!!!”
“หน้าตาแกมันไม่น่าไว้ใจไปกันใหญ่แล้วเฟร้ย!!” ซาง่าว้าก แล้วรีบให้แรงงานแบกหามรีบแบกเสรี่ยงไปโดยไว แล้วให้ไอโอเรียกับคาน่อนยึดมิโร่ไว้จนเสรี่ยงหายไปจากสายตา
“ช่างวุ่นวายแท้ๆ” ชากะที่ยังคงพาดเสื้อชบาสีเหลืองอ่อนไว้ที่แขนเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“อยากไปอยู่เงียบๆ สงบๆ ไหมล่ะแกน่ะ” อิคคิที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พูดสวนขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแปลกๆ
“เจ้าหมายความว่าอะไร” โกลด์เซนต์ราศีกันย์ขมวดคิ้วเรียวอย่างฉงน
“คือว่านะชากะ...” อาเทน่าพูดยิ้มๆ “ในประเพณีสงกรานต์ จะมีการสรงน้ำพระด้วยน่ะจ้ะ”
“นายก็รู้ว่าในแซงค์ไม่มีพระเลย” ซาง่าว่า
“ข้าพอรู้มาว่า” ชากะเอ่ยอย่างหวั่นใจนิดๆ “การสรงน้ำพระนั้น พระสงฆ์จะนั่งนิ่งๆ ให้คนมารดน้ำสงกรานต์ แล้วคนในแซงค์ก็เยอะ...”
“ฉันถึงต้องความช่วยเหลือจากท่านไงล่ะ” อาเทน่าเอ่ยยิ้มๆ “ซาง่าไปจัดการตั้งกระโจมที่กลางตลาดแล้ว ขอเชิญท่านไปนั่งให้ชาวบ้านสรงน้ำสักครึ่งวันนะ”
บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าได้แต่จำใจวางขันและเสื้อชบาในมือลง “หากเป็นคำขอของอาเทน่าข้าย่อมไม่ขัด” ว่าแล้วโกลด์เซนต์ราศีกันย์ก็ออกเดินไปที่ตลาด แม้เขาจะเห็นว่าฟีนิกซ์ อิคคิ แอบยิ้มเยาะเย้ยที่เขาพลาดโอกาสเล่นน้ำเป็นครั้งแรก แต่ก็มิได้นำพา...
หลังจากที่อะไรๆ ดูจะลงตัวแล้ว เหล่าโกลด์เซนต์ที่เหลือก็สาดน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน จะเว้นก็คงมีเพียงซาง่าที่คอยชำเลืองมองตลอดเวลาถ้าเห็นใครวิ่งเอาถังไปตัดน้ำที่สระนู้นสระนี้ทั่วบริเวณ
ส่วนอีกคนก็คงเป็นชายหนุ่มที่พร่ำตัดพ้อโชคชะตาว่าตนเองนั้นช่างเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในแซงค์ทัวรี่แล้ว
“เฮ้ย มี่เอ๊ยยยย ทำหน้าบูดแบบนี้มันก็ไม่ทำให้นายได้ไปแบกเสรี่ยงคามิวหรอกนะเฟ้ย” คาน่อนร้องบอกชายหนุ่มผมสีทองสลวย ก่อนจะยกปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่พิเศษขึ้นพาดบ่าแล้วฉีดใส่เพื่อน ทำเอามิโร่หลบแทบไม่ทัน
“นี่ๆ พวกนาย” เสียงไอโอเรียแว่วมาแต่ไกล ดึงความสนใจของมิโร่กับคาน่อนไปได้ ทั้งสองมองตามเสียงที่ด้านหลังจนเห็นว่าไอโอเรียในชุดเสื้อชบาสีส้มบาดตานั้นแบกกระสอบใบเขื่องมาด้วย
“อะไรละเนี่ย” มิโร่ถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นไอโอเรียวางกระสอบนั้นลงพื้น ดูจากขนาดและเสียงที่กระทบพื้นนั้น ของข้างในคงหนักพอดู
ไอโอเรียยิ้มเล็กๆ พลางหลิ่วตาอย่างมีเล่ห์ ก่อนจะกระซิบกับเพื่อนซี้ทั้งสอง “ฉันไปเจอไอ้นี่ในวิหารพี่รอส” ว่าแล้วราชสีห์ทองคำที่ซนไม่แพ้แมวตัวหนึ่งก็เปิดกระสอบให้เพื่อนดูของข้างใน
“โห น้ำแข็งนี่” คาน่อนตาโต “มีแต่ก้อนใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย”
“ก็มันร้อนไง ฉันว่าใส่ให้มันเย็นเจี๊ยบน่าจะเจ๋ง” แมวเรียยิ้มแป้น ข้อเสนอของเขาได้รับการตอบรับอย่างดี แล้วก๊วนเพื่อนทั้งสามก็ไปซุ่มที่ถังขนาดเขื่องใบหนึ่ง เทน้ำแข็งลงไปครึ่งกระสอบ รอจนมันเย็นได้ที่ก็ตักออกมาเตรียมสาดใส่เพื่อนเต็มที่
ราวกับจะรู้ว่าถึงคิวออกโรง เซย์ย่ากับชิริวที่เล่นอยู่อีกฟากหนึ่งเป็นนานพากันเดินมาทางนี้พอดี ไอโอเรียเลยกวักมือเรียกทั้งสองเร็วไว “เซย์ย่า ชิริว มาทางนี้เร็ว มีอะไรให้ดู”
ชิริวเหมือนจะรู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเลยเดินไปหาช้าๆ ผิดกับเซย์ย่าที่ถลาเข้าไปโดยทันที แล้วม้าบินเคราะห์ร้ายก็โดนน้ำเย็นเจี๊ยบสาดเข้าให้เต็มๆ
“จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” กะจั๊วที่ว่าอึดยังต้องสะท้านด้วยความเย็นจัด “ทำไมมันเย็นปานนี้!!!!!”
“โธ่ๆ เซย์ย่า ไม่มีน้ำอดน้ำทนเอาซะเลย แค่นี้ก็ร้องซะแล้ว” มิโร่ว่าพลางหัวเราะก๊าก
“ฉันไม่ใช่เจ้าเป็ดเฮียวกะนะ!!” เซย์ย่าร้อง สูดน้ำมูกดังพรืด “ว่าแต่ไปเอาน้ำแข็งมาจากไหนเนี่ย ขอเล่นมั่งสิ นะๆๆ” ว่าแล้วกลุ่มเซนต์จอมป่วนก็เพิ่มจำนวนอย่างทันดีทันควัน
“เอ้าสาดเข้าปายยยยยยย” ทั้งห้าคนร้องพร้อมกัน แล้วสาดน้ำดังโครม คนโดนสาดก็วิ่งนี้กันให้วุ่น บางคนก็ร้องโอดโอยให้ศีลให้พรคนเล่นอุตริกันเสียยกใหญ่ จนกระทั่งเซย์ย่าสนุกจัด คว้าขันตักน้ำแล้วใส่น้ำแข็งลงไปจนพูน ก่อนจะสาดไปตูมใหญ่ และ....
“โอ๊ยยยยยยยยย อะไรกันฟระ!!!!!!!!” ทั้งกลุ่มแทบแตกฮือ ทันทีที่เห็นว่าเหยื่อของน้ำปนน้ำแข็งขันนั้นคือปูชนียบุคคลของแซงค์ทัวรี่ ไลบร้า โดโก นั่นเอง และตอนนี้สิงห์เก่าแห่งโกโรโฮก็ดูจะเดือดพอๆ กับแดดฤดูร้อน จนแทบจะทำน้ำแข็งละลายไปหมด
“พวกแก๊!! เล่นอะไรกันเนี้ยยยยย!!!!” ปู่ว้าก ทำเอาพวกแก๊งป่วนตัวเล็กลงไปถนัดตา “สงกรานต์น่ะ เขาแค่เล่นน้ำกันพอสนุก เอาน้ำแข็งมาใส่แบบนี้มันเย็นเกินไป แล้วยังจะมาเป็นก้อนๆ ถ้าโดนคนเจ็บตัวไปมันไม่คุ้มกัน เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจคร้าบบบบ” สามโกลด์เซนต์และสองบรอนซ์เซนต์รับคำกันเสียงอ่อย ก่อนที่ปู่จะเดินไปที่วงอื่นต่อไปเพื่อแนะนำการเล่นน้ำที่ถูกวิธี
“เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ เลิกเล่นน้ำแข็งแล้วกัน” มิโร่เสนอ แล้วทั้งกลุ่มก็เดินไปหาเพื่อนอีกกลุ่ม ซึ่งมีมู เฮียวกะ ชุน และอิคคิยืนรวมกัน ทุกคนกำลังมองไปที่ชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่ม
“โฮ่ ดูเหมือนเป็ดน้อยเฮียวกะจะกลายเป็นจุดสนใจนะเนี่ย เกิดอะไรขึ้นหว่า” แล้วทุกคนก็เดินเข้าไปหา เซย์ย่าผ่ากลางวงเข้าไปตบบ่าสหาย “ว่าไง เจ้าเป็ด มายืนนิ่งเป็นนายแบบอะไรตรงนี้” ขาดคำ อีกฝ่ายก็หันมา ทำให้เห็นว่าใบหน้าของเฮียวกะ
เต็มไปด้วยของเหลวสีแดง.....
“เฮ้ย!!!!” กะจั๊วะร้องจ๊าก “เฮียวก๊า!! ไปทำอะไรมาเลือดอาบขนาดนี้!!”
มูยิ้มแหยๆ “เซย์ย่า นี่ไม่ใช่เลือดหรอก”
ชุนให้คำตอบเซย์ย่าที่กำลังสงสัยอย่างยิ่ง “สีผสมอาหารน่ะ”
“สีผสมอาหารเหรอ” ทั้งกลุ่มร้องพร้อมกัน พวกเขาคิดว่าเล่นน้ำแข็งนี่ก็แปลกแล้ว แต่นี่เล่นสีผสมอาหารเสียเหมือนจริงขนาดนี้จะดีเหรอเนี่ย
“รู้สึกพวกในตลาดจะเอามาเล่นกัน คนอื่นเลยเล่นตามกันน่ะ” เฮียวกะพูดขึ้นบ้างพลางเช็ดน้ำสีแดงๆ ที่ไหลท่วมหน้าไปด้วย อิคคิที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งอยู่ แต่ในใจคิดถึงคนที่อยู่ที่ตลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก็ปัดทิ้งไปเสียโดยไว ...เจ้านั่นน่ะ อยู่ในกระโจม คงไม่โดนหรอก...ไม่สิ ถึงจะโดนน้ำแข็งหรือสีป้ายก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรา...
“อิคคิ!” นายเซย์ย่ามาเรียกใกล้ๆ ทำเอาวิหคอมตะสะดุ้ง “ทำหน้าเครียดคิดอะไรอยู่น่ะหา” แล้วเซย์ย่าก็โดนสาดเข้าไปเต็มหน้า ก่อนจะโดนสำทับว่า “เรื่องของฉัน แกไม่ต้องมายุ่ง”
.................................
เวลาล่วงไปจนบ่ายคล้อย แต่ความสนุกก็ไม่ได้ลดลง กลับกันเป็นว่ายิ่งเล่นนานขึ้น ต่างคนก็เพิ่มเสียงหัวเราะมากขึ้นกว่าเดิม บางคนถึงขั้นแหกปากร้องเพลงเสียลั่นรับฤดูร้อน
โดโกที่ตัวเปียกจนแห้งไปหลายรอบยืนครุ่นคิดอะไรที่มุมหนึ่งอยู่คนเดียว จนชิริวที่เดินผ่านมาพอดีต้องเดินเข้ามาถาม
“อาจารย์ครับ คิดอะไรอยู่ ท่าทางเคร่งเครียดเชียว”
“อืมมมม” ปู่โก้ยังคงทำหน้าปั้นยาก “ฉันเหมือนจะลืมอะไรไปซักอย่างน้า เวลาสงกรานต์นี่มันต้องมีอะไรอีกอย่างน้า...”
“จะว่าไปผมก็ว่ายังงั้นเหมือนกัน” แล้วสองศิษย์อาจารย์แห่งโกโรโฮก็กอดอกคิดถึงของที่หายไปอยู่สองคน ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก...
ปิ๊ง!!!
“คิดออกแล้ว!!” หนุ่มต่างวัยสองคนมองหน้ากัน ...ที่แท้ก็ไอ้นั่นน่ะเอง! ก่อนที่จะเรียกเพื่อนๆ ทุกคนมารวมตัวกันที่กลางลาน
“ไอ้นี่มันอะไรน่ะ” อะโฟรดิเต้เลิกคิ้วมองสิ่งของเม็ดๆ ขาวๆ ที่ชิริวเพิ่งไปค้นออกมาจากกระเป๋าซึ่งยังมีเสื้อลายชบาที่เหลืออยู่สุมเอาไว้
“เขาเรียกว่าดินสอพอง เอาไว้ทาหน้า” ปู่โก้ตอบ ทำเอาโกลด์เซนต์ราศีมีนเบ้หน้า
“ทาแล้วหน้าจะพองมั้ยอ่ะ”
“จะไปพองได้ยังไง” แล้วปู่ก็อธิบายต่อไป “คนไทยจะละลายดินสอพองกับน้ำให้พอข้นๆ แล้วก็จะเอาไปประหรือทาหน้าของคนที่เคารพ หรือ....” ผู้แก่ประสบการณ์ลากเสียงพลางหลิ่วตาให้กลุ่มคนฟัง “...แต้มหน้าของคนหมายตาหรือแอบชอบ...”
คำตอบนี้เรียกเสียงฮือฮาได้ดังคาด เหล่านักรบแห่งแซงค์ทัวรี่พากันตาโต วิ่งมาขอดินสอพองกันยกใหญ่จนหมดเกลี้ยงในพริบตา
ชิริวเดินมาหาอาจารย์ที่ยืนยิ้มมองความเป็นไปอย่างครึมอกครึ้มใจ “อาจารย์ครับ ท่านจะเก็บไปทาหน้าท่านชิออนไหมครับ” พลางยื่นดินสอพองให้ถุงหนึ่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างนิ่มนวลจากอาจารย์
“ข้ากับชิออนน่ะ ไม่ใช่แค่แอบชอบ เจ้าก็รู้นี่!” ว่าแล้วเสือเก่าแห่งโกโรโฮก็เดินหัวเราะร่าจากไป
ตอนนั้นเอง เหล่าแรงงานแบกเสรี่ยงพากันกลับมาแล้วพร้อมทั้งใบหน้าที่แดงก่ำเพราะไอแดดหน้าร้อนและเหงื่อที่ปนกับน้ำสงกรานต์จนชุ่มไปหมด เมื่อเสรี่ยงถึงพื้น แรงงานจำเป็นสี่สหายก็ถึงกับลงไปกองเลยทีเดียว
“โอยยย ให้สู้กับศัตรูเป็นกองทัพยังได้ขยับแขน ไม่ต้องมาแบกเสรี่ยงนิ่งๆ เป็นชั่วโมง” แรงงานที่ถูกยัดเยียดตำแหน่ง เดธมาร์คโอดอย่างหงุดหงิดเต็มที่
“น่า นานๆ ทีได้ออกกำลังบ้างก็ดีนะ” ไอโอรอสว่ายิ้มๆ จนแช่มแอบเบ้ปาก พี่น้องรอสเรียขึ้นชื่อเรื่องบ้าพลังทั้งคู่จริงๆ
จบการสนทนาสั้นๆ เหล่าโกลด์เซนต์และบรอนซ์เซนต์ที่กลางลานแห่กันมาล้อมพวกเขาไว้พร้อมกับดินสอพองมากมาย บรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพ
แต่ก่อนใครจะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น สกอร์เปี้ยน มิโร่ ก็ฝ่ากลุ่มผองเพื่อนเข้ามาหาเทพีสงกรานต์ เพราะสิ่งเดียวที่เขาตั้งตารอมาทั้งวันคือเวลาที่คามิวจะกลับมานั่นเอง
“คามิวววววว เป็นยังไงมั่ง! แดดเผาบ้างรึเปล่า โดนคนสาดน้ำใส่ไหม คนเยอะคงทำให้นายมึนหัวสินะ ฉันรู้มาว่ามีเด็กในตลาดเล่นสีผสมอาหารด้วย แล้วนายโดนมั่งรึเปล่า ยังไงบอกฉันมา ฉันจะ...”
เสียงของมิโร่ขาดหายไปเมื่อคามิวเอื้อมมือมาสัมผัสที่แก้มของเขา เมื่อมองดูดีๆ ก็พบว่าอะโฟรดิเต้ส่งขันเล็กๆ ใบหนึ่งที่ละลายดินสอพองแล้วให้คามิวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และที่ปลายนิ้วของคามิวที่ไล้แก้มของเขาอยู่ตอนนี้ก็มีแป้งดินสอพองสีขาวนวลแต้มอยู่
ร่างบางผมแดงยิ้มให้กับเขา ดั่งน้ำเย็นๆ พรมลงบนร่างกายที่กรำแดด ขับไล่ความว้าวุ่น วุ่นวายใจไปเสียสิ้น
“มิโร่ นายอดทนได้เยี่ยมมากเลยวันนี้” ถ้อยคำที่กล่าวออกมาเหมือนจะบอกว่าการที่มิโร่ไม่ดึงดันจะแบกเสรี่ยงให้ได้เมื่อตอนเช้าทำให้คามิวประทับใจ เพราะเขาไม่ชอบอะไรที่มะเทิ่งประเจิดประเจ้อเอาเสียเลย แต่พูดไม่ทันขาดคำ จอมเวทย์น้ำแข็งก็ต้องส่งเสียงร้องอย่างตกใจ เมื่อร่างสูงตรงหน้าเข้ามาอุ้มเขาไว้จนตัวลอย
“ม...มิโร่! ทำบ้าอะไรเนี่ย”
“ก็ฉันดีใจนี่นา!!” ยอดชายนายมิโร่ส่งเสียงอ้อนเหมือนเด็กๆ ก่อนจะอุ้มพาเทพีสงกรานต์ที่ต้องรอตั้งครึ่งค่อนวันกว่าจะได้เจอไปหลบพักร้อนกันสองคน ท่ามกลางเสียงเป่าปากแซวจากสหายจนดวงหน้าขาวนวลของคามิวแทบจะกลายเป็นสีเดียวกับเส้นผมเลยทีเดียว
เมื่อคู่หวานแล่นจากไปแล้วเดธมาร์คก็ถือวิสาสะฉวยขันดินสอพองมาจากไอโอเรียใบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาอะโฟรดิเต้ เจ้าตัวนั้นโชคร้ายมาตลอดวันเพราะความตั้งใจจะขอเล่นน้ำกับอะโฟรดิเต้สักครั้งสลายไป เพราะเจ้าซาง่า...คู่แข่งคนสำคัญเอาตำแหน่งเคียวโกมาขู่บังคับให้ต้องไปเป็นแรงงานแบกหาม...แช่มรับบ่ด้าย!!!
เขาเรียกชื่อของโกลด์เซนต์ผมสีฟ้าสว่าง ซึ่งอีกฝ่ายก็หันมาส่งยิ้มหวานให้เป็นเชิงอนุญาต ทำให้เดธมาร์ครีบเดินไปหาอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะถึงเป้าหมาย บุรุษในชุดเสื้อชบาสีน้ำเงินเข้มก็มายืนขวางทางเอาไว้ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากซาง่า
“เฮ่ย ถอยไปนะเฟ่ย” เดธมาร์คปั้นหน้าโฉด
“ขอโทษนะเดธ แต่คนที่จะประแป้งอะโฟร มีแต่ฉันเท่านั้น” ซาง่าตอบหน้าตาเฉย
“นี่ๆ พวกนายน่ะ” อะโฟรพยายามห้ามทัพ “ฉันไม่ว่าหรอกน่า จะมาประแป้งทั้งสอง...”
“ไม่ได้!!!” ทั้งสองหันมาแว้ดใส่คนที่หมายตา จนเจ๊ตี้ผวาไปเลย ว่าแล้วโกลด์เซนต์ทั้งสองนายก็เดินเบียดกันเข้าไปหาโกลด์เซนต์ราศีมีน ต่างคนต่างยื้อแย่ง คอยขัดขวางกันไปมา เดธผลักซาง่า ซาง่าขัดขาเดธ จนกระทั่ง
โครม!!
ทั้งสองแข่งกันจนได้เรื่อง เพราะทั้งเดธมาร์คและซาง่าล้มลงไปจับกบทั้งคู่!!
“เฮ้ย!!! ทำอะไรของแกวะ” ซาง่าโวย
“แกนั่นแหละ ทำบ้าอะไรห๊า!!” อีกฝ่ายไม่ยอมอ่อนให้
แต่ก่อนที่คู่แข่งจะออกมวย ก็รู้สึกถึงบรรยากาศมาคุที่ก่อตัวขึ้นตรงหน้า และรู้สึกว่าเพื่อนๆ ทั้งหลายพากันเงียบเสียงลงราวกับอยู่ในพิธีไว้อาลัยในงานศพ แล้วทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นไปพบกับ...
อะโฟรดิเต้...ในชุดเสื้อชบาสีสวย ที่บัดนี้ดวงหน้างามไม่อาจเผยให้เห็นได้ เนื่องจาก... ขันดินสอพองสองใบกองสุมกันอยู่บนศีรษะพร้อมทั้งดินสอพองที่ละลายแล้วไหลเยิ้มลงมาอาบทั้งหน้าและเสื้อสวย ก่อนที่ร่างบางจะสั่นระริก แล้วปล่อยเสียงแปดหลอดออกมาระบายโทสะ
“แช่ม!!!!!! สง่า!!!!!! ไปให้พ้นนนนน อย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าอีกน้า ไม่งั้นชั้นจะเอาพวกแกมาทำปุ๋ยบลัดดี้โรส!!!!”
ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองเผ่นแน่บอย่างไม่ต้องให้เตือนเป็นครั้งที่สอง แล้วอะโฟรดิเต้ก็เดินลงส้นปังๆ กลับไปล้างตัวที่วิหารของตนเอง คนอื่นๆ จึงพากันไปหามุมสงบของตัวเอง
ไอโอรอสยังคงยืนอยู่กับชูร่าที่เดิม ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันเงียบๆ ก่อนที่ไอโอรอสจะยิ้มออกมา
“ไม่ว่าจะวันไหนแซงค์ก็วุ่นวายได้ทุกวันจริงๆ”
“นั่นสิ” ชูร่ารับคำสั้นๆ
“แล้วจะเอาไงล่ะเรา” ไอโอรอสเอ่ยเป็นเชิงถาม
“นายว่าไงล่ะรอส”
“นายไปไหน ฉันก็ไปด้วยแล้วกัน” ว่าแล้วสหายทั้งสองก็พากันไปหาที่ปลีกวิเวกสองคน
ที่มุมหนึ่ง มูในชุดเสื้อชบาสีชมพูกำลังยืนยิ้มกริ่มอารมณ์ดีเพราะรู้ว่าอัลเดบารันกำลังละลายดินสอพองอยู่ แต่จนแล้วจนรอด อัลเดก็ไม่ขอประแป้งเขาเสียที จนมูเริ่มทนไม่ได้ ต้องออกปากเสียเอง
“อัลเด!”
อีกฝ่ายสะดุ้งโหยง “ม...มู”
“นายมีอะไรอยากจะบอกฉันไหม”
อัลเดได้แต่ยิ้มแหยๆ เพราะว่าเขาไม่เคยได้ทำอะไรกุ๊กกิ๊กแบบนี้มาก่อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องพูด จึงไม่รู้จะพูด จะทำอะไรออกมาดี ซึ่งมูเองก็รู้ถึงข้อนี้...แต่ก็อยากจะแกล้งซักหน่อย
“เอาเถอะ ถ้านายไม่อยากประแป้งให้ฉัน...” มูพูดขึ้นมา พลางเดินออกห่าง อัลเดเห็นเช่นนั้นจึงรีบก้าวตามทันที แต่จังหวะนั้นเอง ร่างบางก็คว้าขันแป้งในมือของเขา แล้วตวัดปลายนิ้วปาดแป้งมาวาดไว้ที่ดวงหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว
ทำเอาอัลเดอึ้ง...
มูยิ้มร่า... “นายไม่ยอมประแป้งให้ฉัน ฉันประให้เองคงไม่ว่ากันนะ”
แน่นอนว่าอัลเดบารันย่อมไม่ว่า...ไม่ว่าแม้แต่น้อย ร่างสูงได้แต่เผยอยิ้มอย่างพึงใจเงียบๆ เมื่อมูได้เห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบกลับอย่างตรึงใจ
จากคู่สวีทวัวแกะ ทั้งสองไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจับตาจากกลุ่มคนไร้คู่ คาน่อน ไอโอเรีย เซย์ย่า และชิริว นั่นเอง รายหลังนี่ถึงจะมีชุนเรอยู่เป็นตัวเป็นตน แต่วันนี้พ่อมังกรฉายเดี่ยวเลยขอเป็นโสดหนึ่งวัน
“เชอะๆ อิจฉาคนมีคู่ชะมัด” คาน่อนเบ้ปาก
“เอางี้ดีไหม เราก็มาทาแป้งกันเองไหมล่ะ” เซย์ย่าเสนอ “แบบว่า เราก็มีสี่คน สองคู่พอดี” จบคำนายกะจั๊วะ คาน่อนก็หันมาจ้องหน้าไอโอเรีย พยายามทำตาหวานซึ้งเต็มที่ แล้วสุดท้าย ทั้งสองก็...
“แหวะ!!!!!!” โกลด์เซนต์เพื่อนรักได้ถึงเวลามิตรภาพร้าวกันตอนนี้เอง
“แกอย่ามาทำตาปิ๊งๆ ได้มั้ยไอ้น่อน จะอ้วก!!” แมวเรียตะโกน
“โหยยยย หน้าแกน่าจ้องนักนี่ อย่ามาหลงตัวเองเลยฟ่ะ!!” แล้วก็วิ่งกระจายไปคนละทิศละทาง ทิ้งให้สองซี้เซย์ย่ากับชิริวยืนกันสองคน ทั้งคู่เมื่อหันมามองหน้ากันชิริวก็เริ่มรู้สึกว่าเริ่มเข้าใจอาการของโกลด์เซนต์รุ่นพี่ เพราะสายตาหวานเยิ้มที่เซย์ย่าส่งมามันชวนให้อะไรๆ ในกระเพาะปั่นปวนโดยแท้
“เฮ่ย ย...อย่านะโว้ยเซย์ย่า ฉันมีชุนเรแล้วนะโว้ย” ชิริวยกมือห้ามเสียงสั่นๆ แต่เซย์ย่าไม่เหมือนไอโอเรีย รายนี้เล่นอะไรต้องเอาให้เต็มที่
“โธ่ ชิริว...นายไม่รู้เลยเหรอว่า ฉันเป็นเพื่อนนายมาหลายปีเพื่ออะไร…” ไม่ต้องรอให้จบคำถามของเปกาซัสเซนต์ มังกรโกโรโฮก็โกยแน่บไปไกลลิบ
“สองคนนั้นนี่จริงๆ เลยน้า” เสียงอ่อนหวานของชุนเอ่ยขึ้นอย่างขบขัน ตัวเขากับเฮียวกะยืนอยู่ห่างออกมาเล็กน้อยในร่มเงาของวิหารหลังใหญ่ “แต่เป็นยังงี้ก็คบกันได้นานไปได้นะเนี่ย”
“นั่นสิ” เสียงของอีกฝ่ายเอ่ยรับเพียงสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงผมสีทองจะโน้มตัวลงมากระซิบอะไรบางอย่าง
“...แต่ฉันว่า เราต้องคบกันได้นานกว่านั้นแน่ๆเลย”
คนฟังได้แต่ยืนนิ่งด้วยความเขิน ร่างบางไม่รู้จะทำอะไรจึงเดินหนีแก้เก้อ เฮียวกะที่เห็นอาการนั้นจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตามไปขอประแป้งคนที่ยิ่งกว่า”แอบชอบ” ต่อไป
ตลอดเหตุการณ์ของทุกๆ คน ในแซงค์ทัวรี่อยู่ในสายตาของคนคนหนึ่งที่ยังคงอยู่คนเดียวมาจนบัดนี้
ฟีนิกซ์ อิคคิหลบมานอนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มุมหนึ่งของลาน ตัวเขาเองไม่ค่อยนิยมการอยู่กับคนหมู่มากอยู่แล้ว หลังจากเล่นได้พักหนึ่งก็หลบออกมาอยู่เงียบๆ ตรงนี้ คอยเฝ้ามองคนอื่นเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนานไปเรื่อย
...อยู่คนเดียวสบายจะตาย...
ทว่า...ความสงบขงเขาก็ดำรงอยู่ในเวลาไม่นาน เพราะหลังจากที่เขาคิดเช่นนั้น ดวงตาคมก็หรี่ลงอย่างไม่ชอบใจเมื่อเห็นโครงร่างของใครอีกคนปรากฏขึ้นตัดกับแสงแดดฤดูร้อน พร้อมกับเสียงที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้ง...ก็ไม่ชอบเอาเลย
“มาทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ” เวอร์โก้ ชากะ เอ่ยถามเรียบๆ โกลด์เซนต์แห่งวิหารสาวพรหมจรรย์ในที่สุดก็กลับมายังแซงค์ทัวรี่แล้ว
“ใครเขาจุดธูปเรียกมาล่ะ” อิคคิแขวะอย่างไม่เบานัก
แต่บุรุษผมทองก็ทำเป็นหูทวนลมไปเสีย “ตรงนี้ลมเย็นดีนี่”
คิ้วหนาของอิคคิขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างๆ เขานั้นไม่สะดุ้งสะเทือนต่อคำพูดของเขาแม้แต่น้อย แต่เมื่อสายตาของเขาจับไปที่ร่างของคนข้างๆ ก็พบว่าร่างสูงที่นั่งรับลมอ่อนที่พัดเส้นผมทองพลิ้วเบาๆ นั้น มีท่าทีเหนื่อยอ่อนอยู่บ้างเหมือนกัน ดูท่าวันนี้ชาวบ้านร้านตลาดคงแห่กันไปสรงน้ำพระกันตลอดวันเลยทีเดียว
เห็นดังนั้นเด็กหนุ่มจึงไม่พูดอะไรต่อไป เพียงหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง
จังหวะนั้นเอง ที่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เย็นๆ มาป้ายที่แก้มขวา
...มันคือดินสอพองที่ละลายแล้วนั่นเอง...และคนที่ป้ายหน้าเขาก็มิใช่ใครอื่น
เวอร์โก้ ชากะ ผู้ที่ยังคงถือขันแป้งใบเล็กอยู่นั่นเอง
อิคคิถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาทันที !!
“เฮ้ย!!!!! ทำบ้าอะไรวะ!!”
“ก็ทาแป้งน่ะสิ” ชากะตอบอย่างธรรมดาที่สุด ทำเอาวิหคอมตะแทบร้องลั่น “ข้าเห็นใครๆ เขาก็เล่นกัน” ตอนนั้นเองที่ร่างสูงมองเด็กหนุ่มอย่างฉงน “หรือว่า...มันมีความหมายอะไรรึไง”
คำถามนี้ทำเอาอิคคิปิดปากเงียบสนิท เด็กหนุ่มที่มักจะปากร้ายถึงกับอับจนถ้อยคำ จึงกลับลงไปนอนนิ่งๆ อย่างเก่า ปล่อยให้รอบแป้งประทับบนแก้มอย่างนั้น เพราะหากไปลบมันเข้า คงต้องมานั่งตอบคำถามกันยืดยาว
“เฮอะ...” เสียงที่เปล่งออกมาจึงมีเพียงการแค่นเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว
จากนั้นบริเวณนั้นจึงนิ่งอยู่ในความเงียบ มีเพียงสายลมอ่อนของฤดูร้อนที่พัดคลอคนทั้งสอง
สายลมพาละอองสายน้ำเย็นชื่นใจอวลไปทั่วแซงค์ทัวรี่ ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานของเทศกาลสาดน้ำที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงสุขใจ ทุกคนล้วนคิดตรงกันว่า
...หากมีเทศกาลสนุกแบบนี้ทุกปี คงวิเศษที่สุดไปเลย...
------ [FIN] -----------------------------
โฮ่ยยยยยยย คอสโม่จะมอดกันเลยทีเดียว ยังไงก็สวัสดีวันสงกรานต์ย้อนหลังนะคะพี่น้อง
ตอนนี้ฟิคใหม่คงรออีกนาน เพราะฟูจังอยู่ในโหมดตามอ่านฟิคชาวบ้านแล้วค่ะ หายไปนาน ติดฟิคพี่น้องหลายตอนเลย จะไปอ่านแล้วนะค้า